ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ

Weekly Recap Research 15 - 21 Dec 2025

ประจำสัปดาห์ 15 - 21 ธันวาคม 2568

สารบัญเนื้อหา

Weekly Recap Research

สัญญาณ on-chain อ่อนแรง CryptoQuant มอง Bitcoin เริ่มเข้าสู่รอบตลาดหมี

[https://www.theblock.co/post/383407/cryptoquant-bitcoin-bear-market]

CryptoQuant ประเมินว่า Bitcoin ได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมีแล้ว โดยอ้างอิงข้อมูล on-chain ที่สะท้อนถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของอุปสงค์ใหม่ปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่แรงขายและแรงกดดันจากตลาดอนุพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่ารอบขาขึ้นก่อนหน้าได้ใช้แรงซื้อไปเกือบหมด และตลาดกำลังขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ที่เพียงพอในการพยุงราคา

รายงานยังระบุว่าโครงสร้างตลาดเริ่มมีลักษณะสอดคล้องกับช่วงตลาดหมีในอดีต ไม่ว่าจะเป็นระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อ่อนตัวลง ปริมาณการเปิดสถานะ Long ที่หดตัว และราคาที่หลุดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวในหลายช่วงเวลา สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในระยะของการปรับฐานเชิงโครงสร้าง มากกว่าจะเป็นเพียงการพักตัวระยะสั้นของราคา

CryptoQuant ประเมินว่า หากอุปสงค์ไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะใกล้ ราคาบิตคอยน์มีความเสี่ยงปรับลงสู่บริเวณราว 70,000 ดอลลาร์ และในกรณีที่แรงซื้อยังคงอ่อนแอ อาจเห็นการปรับฐานที่ลึกกว่านั้นได้ โดยภาพรวมมองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสะสมแรงและคัดกรองนักลงทุน ซึ่งเป็นลักษณะปกติของวัฏจักรตลาดหมี มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดรอบคริปโตในระยะยาว

Uniswap ขยับใกล้เปิดใช้ Fee Switch หลังผู้ถือ UNI โหวตเห็นด้วยกว่า 99%

[https://www.coindesk.com/markets/2025/12/22/uniswap-token-burn-moves-closer-to-reality-as-99-of-voters-in-favor-of-fee-switch-proposal]

ข้อเสนอการเปิดใช้งาน “fee switch” ของ Uniswap กำลังเข้าใกล้การนำไปใช้จริง หลังผลการลงคะแนนจากชุมชนออกมาในทิศทางสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยผู้มีสิทธิ์โหวตกว่า 99% เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว สะท้อนความต้องการของผู้ถือโทเค็น UNI ที่อยากเห็นโครงสร้างรายได้ของโปรโตคอลเชื่อมโยงกับตัวโทเค็นอย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการทำหน้าที่เพียงเครื่องมือด้าน governance เท่านั้น

หากข้อเสนอผ่านการอนุมัติในขั้นสุดท้าย ระบบ fee switch จะเปิดทางให้ค่าธรรมเนียมบางส่วนจากการใช้งาน Uniswap ถูกนำไปจัดสรรตามกลไกที่กำหนดไว้ แทนการส่งต่อให้ผู้ให้สภาพคล่องเพียงฝ่ายเดียว การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐศาสตร์ UNI เนื่องจากทำให้มูลค่าของโทเค็นผูกโยงกับการเติบโตและการสร้างรายได้ของโปรโตคอลโดยตรงมากยิ่งขึ้น

ในภาพรวม การสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากชุมชนสะท้อนทิศทางของระบบ DeFi ในระยะถัดไป ที่ผู้ถือโทเค็นเริ่มคาดหวังบทบาทด้านมูลค่าและรายได้ที่ชัดเจนมากขึ้น แทนการเป็นเพียงสิทธิ์ในการโหวตเชิงสัญลักษณ์ และหาก Uniswap สามารถดำเนินการตามแผนได้สำเร็จ ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญให้โปรโตคอล DeFi อื่น ๆ ปรับโครงสร้าง tokenomics ตามมาในอนาคต

Top Net flows

[https://app.artemisanalytics.com/flows]  

ข้อมูล Top Net Flows (7D) สะท้อนภาพการเคลื่อนย้ายเงินทุนบนบล็อกเชนที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างเครือข่ายหลักและเครือข่ายรองในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Ethereum เป็นเครือข่ายที่มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเครือข่ายอื่น ขณะที่ Polygon PoS และ Starknet มีเงินไหลเข้าในระดับรองลงมา ในทางตรงกันข้าม เครือข่ายที่เคยโดดเด่นด้านกิจกรรมเชิงเก็งกำไร เช่น Base, Arbitrum, BNB Chain และ Hyperliquid กลับเผชิญเงินไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาเดียวกัน

การไหลเข้าของเงินทุนสู่เครือข่าย Ethereum เกิดขึ้นควบคู่กับช่วงที่ตลาดรับรู้ข่าวแรงไหลออกของ Ethereum Spot ETF อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลชี้ว่า ETF Ethereum มีเงินไหลออกหลายวันติดต่อกันในช่วงกลางเดือนธันวาคม สะท้อนการปรับลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบันผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การที่เงินทุนยังคงไหลเข้าสู่เครือข่าย Ethereum โดยตรง บ่งชี้ว่านักลงทุนบางส่วนเลือกโยกสภาพคล่องกลับไปสู่การใช้งานบน on-chain เช่น DeFi และ staking แทนการถือครองผ่าน ETF

ในขณะเดียวกัน ความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของเงินทุน โดยอัตราส่วน ETH/BTC ที่อ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดียวกัน ส่งผลให้บทบาทของการเก็งกำไรในเครือข่ายรองและแพลตฟอร์มที่พึ่งพาสภาพคล่องระยะสั้นลดลง เงินทุนจึงถูกจัดสรรกลับไปยังเครือข่ายที่มีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแรงและมีสภาพคล่องลึกกว่า ซึ่งสอดคล้องกับการไหลออกของเงินจากหลายเครือข่าย Layer 2 และแพลตฟอร์ม DeFi เชิงเก็งกำไร

สภาพตลาดคริปโตในช่วงปลายปียังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของสภาพคล่องตามฤดูกาล และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน ส่งผลให้นักลงทุนมีแนวโน้มบริหารพอร์ตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง

โดยสรุป การไหลของเงินบนบล็อกเชนในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนการหดตัวของตลาดคริปโตในภาพรวม แต่สะท้อนภาวะของการ “คัดเลือกความเสี่ยง” อย่างชัดเจน เงินทุนยังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบ แต่ถูกกระจุกตัวไปยังเครือข่ายหลักอย่าง Ethereum และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง ขณะที่แพลตฟอร์มซึ่งขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมเชิงเก็งกำไรยังคงเผชิญแรงไหลออกอย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางตลาดในระยะถัดไปยังคงขึ้นอยู่กับความชัดเจนของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นสำคัญ

Fear & Greed Index

[https://www.coinglass.com/pro/i/FearGreedIndex]

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ณ วันที่ 22 ธันวาคม อยู่ในโซน Fear โดยมีคะแนนราว 24 สะท้อนภาพรวมของตลาดที่ยังอยู่ในภาวะระมัดระวังสูง ความเคลื่อนไหวของดัชนีบ่งชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในทิศทางราคา และตลาดยังไม่สามารถกลับเข้าสู่โซน Neutral หรือ Greed ได้อย่างชัดเจน

ในช่วงวันที่ 15–16 ธันวาคม ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเข้าใกล้ระดับต่ำสุดของช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับการอ่อนตัวลงของราคา Bitcoin ตามที่ปรากฏในกราฟราคา ภาวะดังกล่าวสะท้อนแรงขายและระดับความกังวลของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจและรอจังหวะที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะที่ในช่วงกลางสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17–18 ธันวาคม ดัชนีเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย สะท้อนแรงซื้อเชิงเทคนิคหรือการปรับฐานของราคา และเมื่อความผันผวนเริ่มลดลง ราคาก็ขยับขึ้นเล็กน้อยตามมา

อย่างไรก็ดี แรงบวกที่เกิดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันดัชนีให้หลุดพ้นจากโซน Fear ได้อย่างยั่งยืน การปรับขึ้นของดัชนีในระยะสั้นจึงสะท้อนลักษณะของการพักฐานมากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน โดยในวันที่ 19 ธันวาคม ดัชนีกลับมาอ่อนตัวลงเล็กน้อยอีกครั้ง ตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงปกคลุมตลาด และบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงเลือกดำเนินกลยุทธ์อย่างระมัดระวังตามจังหวะราคาเป็นหลัก

Bitcoin ETF Flow

[https://farside.co.uk/btc]

กระแสเงินทุนในกองทุน Bitcoin ETF ระหว่างวันที่ 15–19 ธันวาคม สะท้อนภาพของตลาดที่ยังขาดความชัดเจนด้านทิศทางอย่างเด่นชัด โดยในช่วงต้นสัปดาห์ วันที่ 15 และ 16 ธันวาคม เกิดแรงไหลออกของเงินทุนในระดับค่อนข้างสูง รวมมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนพฤติกรรมการลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและแนวโน้มนโยบายการเงินที่ยังไม่ชัดเจน

ในวันที่ 17 ธันวาคม กระแสเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ Bitcoin ETF อย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการเข้าซื้อในจังหวะปรับฐานระยะสั้น อย่างไรก็ตาม แรงซื้อดังกล่าวไม่สามารถรักษาความต่อเนื่องได้ เมื่อวันที่ 18 และ 19 ธันวาคม กระแสเงินกลับมาเป็นฝั่งไหลออกอีกครั้ง สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเลือกบริหารพอร์ตในเชิงระยะสั้น และยังไม่พร้อมเพิ่มน้ำหนักการถือครองในมุมมองระยะยาว

โดยสรุป ช่วงเวลาดังกล่าวสะท้อนภาวะตลาดที่อยู่ในจังหวะรอปัจจัยชี้นำใหม่ ความผันผวนและการเปลี่ยนทิศทางของกระแสเงินอย่างรวดเร็วชี้ให้เห็นว่า Bitcoin ETF ในระยะนี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการสะสมสินทรัพย์ในระยะยาว โดยทิศทางถัดไปยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค นโยบายดอกเบี้ย และระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นหลัก

Ethereum ETF Flow

[https://farside.co.uk/eth/]

กระแสเงินทุนในกองทุน Ethereum ETF ระหว่างวันที่ 15–19 ธันวาคมสะท้อนแรงกดดันฝั่งขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 15 ธันวาคมเป็นวันที่มีกระแสเงินไหลออกสุทธิสูงสุดของช่วงนี้ อยู่ที่ประมาณ -224.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการลดสถานะความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบันอย่างชัดเจนภายในวันเดียว ขณะที่วันที่ 16 ธันวาคมยังคงเห็นเงินไหลออกในระดับใกล้เคียงกันที่ราว -224.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ตัวเลขจะลดลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า แต่ภาพรวมยังคงอยู่ในทิศทางเดียวกัน

หลังจากแรงขายรุนแรงในช่วงต้นสัปดาห์ กระแสเงินไหลออกเริ่มชะลอตัวลงในวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม ก่อนจะยังคงเป็นลบต่อเนื่องในวันที่ 19 ธันวาคม สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อ Ethereum ETF ยังไม่กลับมา แม้แรงขายจะเบาลงเมื่อเทียบกับช่วงต้น แต่ก็ยังไม่ปรากฏสัญญาณของเงินทุนไหลเข้าที่ชัดเจนหรือมีนัยสำคัญ

โดยสรุป ช่วงวันที่ 15–19 ธันวาคมถือเป็นระยะที่ Ethereum ETF เผชิญแรงขายในเชิงโครงสร้างมากกว่าการพักฐานระยะสั้น การไหลออกอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 15 และต่อเนื่องหลายวันตอกย้ำท่าทีระมัดระวังของนักลงทุนสถาบันต่อ Ethereum ทั้งในมิติของผลตอบแทน กลไก staking ภายใน ETF รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคโดยรวม ส่งผลให้ทิศทางระยะสั้นยังคงถูกกดดันจนกว่าจะมีปัจจัยสนับสนุนใหม่เข้ามาในตลาด

ข่าวสารสำคัญ:

ฮ่องกงเสนอกรอบกฎใหม่ เปิดทางให้เงินทุนจากบริษัทประกันเข้าลงทุนในคริปโตครั้งแรกในเอเชีย

การโต้แย้งเรื่อง “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” ของ Bitcoin กลับมาคึกคัก ตลาดเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ Fed คนใหม่จาก Cleveland กล่าวว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม’ ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ

ที่มา:

https://crypto.news/ethereum-etfs-extend-7-day-outflow-streak-eth-stalls/?utm

https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/strategy-insight/investment-strategy/digital-assets-weekly/digitalassetweeklypulse-crytocurrency-19122025?utm

หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้  

Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ

J.P Daniel

ดาวน์โหลดแอพลิเคชัน Maxbit ได้ที่

appstoregoogleplay

ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต

ลงทะเบียน
starstar