ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ

Weekly Recap Research 12 - 18 Jan 2026

ประจำสัปดาห์ 12 - 18 มกราคม 2026

สารบัญเนื้อหา

Weekly Recap Research

Kraken ชี้ตลาดคริปโตปี 2026 จะเปลี่ยนจากความ “กระแส” ไปสู่โครงสร้างแท้จริง ขับเคลื่อนโดยสถาบันและปัจจัยมหภาค

[https://www.theblock.co/post/385929/kraken-sees-2026-crypto-markets-shifting-from-hype-to-structure]

Kraken ระบุว่า ปี 2026 อาจเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของตลาดคริปโต จากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยแรงเก็งกำไรเป็นหลัก ไปสู่ภาวะที่ให้ความสำคัญกับ “โครงสร้างตลาด” มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของ Bitcoin ETF และสภาพคล่องของ stablecoin ที่เริ่มมีอิทธิพลโดยตรงต่อการกำหนดราคาและทิศทางของตลาด ข้อมูลประเมินชี้ว่า กระแสเงินจาก Spot Bitcoin ETF ในปี 2025 ไหลเข้าสู่ระบบสูงถึงราว 44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับไม่สามารถผลักดันราคาให้พุ่งแรงเหมือนรอบก่อนหน้าได้ เนื่องจากผู้ถือระยะยาวยังมีการทยอยขายออก สะท้อนว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างที่ให้ความสำคัญกับกลไกและสมดุลมากกว่าแรงเก็งกำไรแบบเดิม


ขณะเดียวกัน Kraken มองว่าปัจจัยมหภาค ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการปรับเปลี่ยนนโยบายของสถาบันการเงิน จะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของบิทคอยน์ โดยเฉพาะในบริบทที่นักลงทุนรายใหญ่เข้าถึงตลาดผ่านโครงสร้างอย่าง ETF หรือผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องใน stablecoin รวมถึงกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น ยังมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศของตลาดคริปโต เมื่อเทียบกับในอดีต แม้จะยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากภาวะการเงินตึงตัวและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโดยรวมก็ตาม

ร่างกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ สะดุดกลางทาง ฝั่ง DeFi ชี้ช่วยหลีกเลี่ยงกติกาที่บั่นทอนนวัตกรรม

[https://www.coindesk.com/markets/2026/01/15/defi-sees-bad-crypto-bill-s-collapse-as-win-not-setback]

ความพยายามผลักดันร่างกฎหมายกำกับโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เผชิญอุปสรรคสำคัญเมื่อร่างดังกล่าวไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมาธิการวุฒิสภาตามกำหนดวันที่ 15 มกราคม หลังภาคส่วนหลักของอุตสาหกรรมตัดสินใจถอนการสนับสนุน โดยให้เหตุผลว่าข้อเสนอในร่างกฎหมายอาจจำกัดการจ่ายผลตอบแทนจาก stablecoin และสร้างข้อจำกัดต่อกิจกรรม DeFi มากเกินไป ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาถูกเลื่อนออกไป แทนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติ

แม้เหตุการณ์นี้อาจถูกมองในเชิงลบในฐานะความสะดุดของกระบวนการนิติบัญญัติ แต่ผู้นำและผู้มีบทบาทในชุมชน DeFi กลับประเมินว่าเป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กรอบกำกับดูแลที่อาจสร้างแรงกดดันต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบนิเวศของ Decentralized Finance โดยตรง อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้มีการปรับปรุงข้อเสนอใหม่ในทิศทางที่สมดุลและเอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมมากกว่าเดิม แทนการยอมรับร่างกฎหมายที่อาจด้อยกว่าสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในปัจจุบัน

Top Net flows

[https://app.artemisanalytics.com/flows]

ช่วงวันที่ 12–18 มกราคม ข้อมูล Netflow ระยะ 7 วันจาก Artemis ชี้ให้เห็นว่าเงินทุนไหลเข้าสุทธิสูงสุดอยู่ที่เครือข่าย Ethereum ในระดับใกล้ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือ Polygon PoS ใกล้ 80 ล้านดอลลาร์ และ Base ใกล้ 55 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ OP Mainnet มีเงินไหลเข้าราว 25 ล้านดอลลาร์ และ Berachain อยู่ราว 20 ล้านดอลลาร์ การไหลเข้าของเงินทุนในกลุ่มเครือข่ายเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับบรรยากาศตลาดคริปโตที่เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้นักลงทุนเลือกเพิ่มน้ำหนักในเครือข่ายที่มีสภาพคล่องสูง มีระบบนิเวศ DeFi และแอปพลิเคชันที่ใช้งานจริงในวงกว้าง

ในทางกลับกัน เครือข่ายที่มีเงินทุนไหลออกสุทธิมากที่สุดคือ Starknet ในระดับใกล้ 190 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Ink ใกล้ 60 ล้านดอลลาร์, BNB Chain ใกล้ 35 ล้านดอลลาร์, Unichain ใกล้ 25 ล้านดอลลาร์ และ Avalanche C-Chain ใกล้ 20 ล้านดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่ลดน้ำหนักในเครือข่ายซึ่งกิจกรรมบนเชนเริ่มชะลอตัว หรือยังไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดด้านการใช้งานได้อย่างชัดเจน ช่วงวันที่ 12–18 มกราคมจึงสะท้อนภาพการคัดเลือกเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ โดยเงินทุนไหลไปสู่แพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและการใช้งานจริง มากกว่าเครือข่ายที่แรงส่งเริ่มอ่อนตัวลง

Fear & Greed Index

[https://www.coinglass.com/pro/i/FearGreedIndex]

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)

ช่วงวันที่ 12–18 มกราคม ดัชนี Crypto Fear & Greed ปรับตัวจากโซน Fear บริเวณระดับราว 25 ในวันที่ 12–13 มกราคม ก่อนจะไต่ขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าสู่โซน Greed ใกล้ระดับ 60–62 ในวันที่ 15 มกราคม การเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากบริเวณใกล้ 90,000 ดอลลาร์ ไปแตะระดับสูงสุดแถว 96,000–97,000 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ภาพรวมสะท้อนบรรยากาศตลาดที่เปลี่ยนจากความระมัดระวังไปสู่ความคึกคักในระยะสั้น โดยนักลงทุนเริ่มเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น จากแรงซื้อที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน

หลังจากวันที่ 15 มกราคม ดัชนีเริ่มอ่อนตัวลงจากโซน Greed กลับมาใกล้ระดับ Neutral ในช่วงวันที่ 16–18 มกราคม ขณะที่ราคาบิตคอยน์ก็เริ่มชะลอการปรับตัวขึ้นและเข้าสู่การพักฐานบริเวณ 93,000–94,000 ดอลลาร์ สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนบางส่วนที่ทยอยทำกำไรระยะสั้นเมื่อระดับความเชื่อมั่นปรับขึ้นมาสูง ช่วงวันที่ 12–18 มกราคมจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์ตลาดกับการเคลื่อนไหวของราคา กล่าวคือ เมื่อความกลัวลดลงและความโลภเพิ่มขึ้น ราคามักเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อความเชื่อมั่นเริ่มอิ่มตัว ตลาดก็เข้าสู่ช่วงชะลอหรือปรับฐานตามวัฏจักรของอารมณ์นักลงทุน

Bitcoin ETF Flow

 

[https://farside.co.uk/btc]

กระแสเงินทุนใน Bitcoin ETF สะท้อนภาพของ “จังหวะไล่ราคาแล้วค่อยพัก” ได้ค่อนข้างชัดเจน โดยข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า วันที่ 12 มกราคม มียอดไหลเข้าสุทธิรวม +116.7 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะเร่งตัวแรงในวันที่ 13 มกราคม ที่ +753.8 ล้านดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดของช่วงนี้ในวันที่ 14 มกราคม ที่ +840.6 ล้านดอลลาร์ แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกองทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ IBIT (BlackRock) ซึ่งมีเงินไหลเข้า +70.7 / +126.3 / +648.4 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 12, 13 และ 14 มกราคม ตามลำดับ รวมถึง FBTC (Fidelity) ที่ไหลเข้า +111.7 / +351.4 / +125.4 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับภาวะตลาดคริปโตช่วงกลางสัปดาห์ที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงและความเชื่อมั่นฟื้นตัว ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันเพิ่มน้ำหนักการลงทุนผ่าน ETF อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมดังกล่าวเริ่มชะลอลงในทันที โดยวันที่ 15 มกราคม ยอดไหลเข้าสุทธิรวมลดลงเหลือ +100.0 ล้านดอลลาร์ แม้ IBIT จะยังมีเงินไหลเข้า +315.8 ล้านดอลลาร์ แต่ถูกหักล้างด้วยแรงไหลออกของ FBTC ที่ -188.9 ล้านดอลลาร์ รวมถึงการไหลออกจากกองทุนบางรายการเพิ่มเติม ทำให้ภาพรวมไม่สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง และในวันที่ 16 มกราคม สถานการณ์พลิกเป็นเงินไหลออกสุทธิรวม -394.7 ล้านดอลลาร์ โดย FBTC ไหลออก -205.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ IBIT ไหลเข้าเพียง +15.1 ล้านดอลลาร์ สะท้อนพฤติกรรมการทำกำไรและลดความเสี่ยงระยะสั้นหลังจากเงินทุนไหลเข้าอย่างรุนแรงติดต่อกันสองวัน ส่วนวันที่ 17–18 มกราคม ตลาด ETF สหรัฐไม่มีการรายงานตัวเลขรายวันใหม่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ภาพรวมของช่วงเวลาดังกล่าวสะท้อนรูปแบบ “เร่งซื้อในช่วงราคาปรับขึ้น ก่อนพักฐานด้วยแรงขายทำกำไร” ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมเงินทุนของนักลงทุนสถาบันในรอบสัปดาห์นี้

Ethereum ETF Flow

[https://farside.co.uk/eth/]

การเคลื่อนไหวของเงินทุนใน Ethereum ETF สะท้อนภาพตลาดที่ผันผวนตามจังหวะความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างชัดเจน โดยวันที่ 12 มกราคม มียอดเงินไหลเข้าสุทธิทั้งระบบเพียงราว 5.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเร่งตัวขึ้นอย่างมากในวันที่ 14 มกราคม สู่ระดับประมาณ 175.1 ล้านดอลลาร์ และยังทรงตัวในระดับสูงในวันที่ 15 มกราคม ที่ราว 164.4 ล้านดอลลาร์ แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกองทุนขนาดใหญ่อย่าง BlackRock (ETHA) ซึ่งมียอดเงินไหลเข้าในวันที่ 14 และ 15 มกราคม สูงถึง 81.6 และ 149.2 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ สอดคล้องกับช่วงที่ราคาบิตคอยน์และตลาดคริปโตโดยรวมปรับตัวขึ้นแรงในช่วงกลางสัปดาห์ ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน ETF อย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมเริ่มชะลอลงในวันที่ 16 มกราคม เมื่อยอดเงินไหลเข้าสุทธิทั้งระบบลดลงเหลือเพียงราว 4.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บางกองทุนเริ่มมีเงินไหลออก เช่น Fidelity และกองทุนขนาดรองบางแห่ง สะท้อนพฤติกรรมการทำกำไรระยะสั้นหลังจากเงินทุนไหลเข้าอย่างรุนแรงในสองวันก่อนหน้า ช่วงวันที่ 12 ถึง 18 มกราคมจึงสะท้อนภาพตลาดที่ “ร้อนแรงเป็นช่วง ๆ” โดยเงินทุนจะเร่งไหลเข้าเมื่อราคาปรับขึ้นและความเชื่อมั่นฟื้นตัว แต่ก็พร้อมจะชะลอทันทีเมื่อแรงเก็งกำไรเริ่มอิ่มตัว แสดงให้เห็นว่า Ethereum ETF ในช่วงเวลานี้ยังขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ตลาดและจังหวะราคา มากกว่าการถือครองระยะยาวอย่างมั่นคงของนักลงทุนสถาบัน

ข่าวสารสำคัญ:  

เบลารุสอนุมัติการจัดตั้ง Cryptobanks เป็นทางการ มุ่งผลักดันศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในยุโรปตะวันออก

เกาหลีใต้ประกาศกรอบกฎหมาย Tokenized Securities ชัดเจน เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนและระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล

คณะกรรมาธิการการธนาคารสภาวุฒิสภาสหรัฐฯ เผยร่างกฎหมายคริปโตใกล้ความเป็นจริง แม้เผชิญอุปสรรคหลายครั้ง

ผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตทั่วโลกยังคงดึงเงินทุนต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มไหลเข้าแม้มีแรงกังวลจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ที่มา:

https://www.coindesk.com/markets/2026/01/15/bitcoin-slides-below-usd96-000-as-key-crypto-bill-stalls-in-congress

https://www.theblock.co/data/on-chain-metrics/ethereum

https://dune.com/starknet_foundation/starknet-activity

https://coinmarketcap.com/currencies/bitcoin/

หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้  

Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ

J.P Daniel

ดาวน์โหลดแอพลิเคชัน Maxbit ได้ที่

appstoregoogleplay

ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต

ลงทะเบียน
starstar