
ประจำสัปดาห์ 22 ธันวาคม 2025 - 4 มกราคม 2026


ตลาด ETF คริปโตในปี 2025 สะท้อนทิศทางการจัดสรรเงินทุนของนักลงทุนสถาบันได้อย่างชัดเจน โดย Bitcoin spot ETF ยังคงครองสัดส่วนเงินไหลเข้าสูงสุด คิดเป็นประมาณ 70–85% ของตลาด ETF คริปโตทั้งหมดตลอดทั้งปี แม้ในช่วงปลายปีปริมาณการซื้อขายรายวันจะชะลอลง แต่สัดส่วนการถือครองของ Bitcoin ไม่ได้ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาพดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมการ “ชะลอการเพิ่มน้ำหนัก” มากกว่าการลดสถานะ และบ่งชี้ว่า Bitcoin ยังถูกมองเป็นสินทรัพย์หลักเชิงโครงสร้างในพอร์ตการลงทุนระยะยาวของสถาบัน มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น
ในขณะเดียวกัน Ethereum spot ETF เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสัดส่วนเงินไหลเข้าอยู่ในช่วงประมาณ 15–30% และมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี การขยายตัวดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการสะสม ETH ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งสะท้อนมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มแยกบทบาทของ Ethereum ออกจาก Bitcoin อย่างชัดเจน โดยมอง ETH เป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจบนบล็อกเชนและศักยภาพด้านผลตอบแทนเชิงโครงสร้าง ขณะที่ ETF ของสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ แม้จะได้รับการอนุมัติในช่วงปลายปี แต่ยังคงมีสัดส่วนการลงทุนที่จำกัด สะท้อนความระมัดระวังของสถาบันต่อสินทรัพย์ที่ยังมีความไม่แน่นอนทั้งในเชิงโครงสร้างและกฎระเบียบ

ได้รับมติผ่านข้อเสนอ “UNIfication” ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐศาสตร์ของโปรโตคอลครั้งสำคัญ โดย Uniswap DAO อนุมัติการเปิดใช้งานระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมโปรโตคอล (protocol fee switch) ที่ถูกออกแบบไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกำหนดให้ส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายถูกนำไปใช้ในกระบวนการซื้อคืนและเผาเหรียญ UNI เพื่อลดอุปทานหมุนเวียน ข้อเสนอนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้โหวตในสัดส่วนที่สูงกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน และภายหลังสิ้นสุดช่วงเวลาล็อก (timelock) จะมีการเผาเหรียญ UNI จำนวน 100 ล้านเหรียญจากคลังของโปรโตคอลอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นกลไกลดอุปทานในเชิงโครงสร้างระยะยาว
การอนุมัติ UNIfication ยังครอบคลุมถึงการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน โดยมีการรวมบทบาทของ Uniswap Foundation เข้ากับ Uniswap Labs เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน พร้อมกับการปรับลดค่าธรรมเนียมในผลิตภัณฑ์ภายใต้ Labs เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของระบบนิเวศ ในภาพรวม แนวคิดของ UNIfication มุ่งเชื่อมโยงการใช้งานโปรโตคอลเข้ากับมูลค่าของโทเค็น UNI โดยตรง ผ่านกลไกค่าธรรมเนียมและการเผาเหรียญ ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนา DeFi ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนแก่ทั้งผู้ถือโทเค็นและผู้ใช้งานโปรโตคอลในระยะยาว

ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา Hyperliquid กลายเป็นจุดศูนย์กลางของเงินทุนในตลาด DeFi อย่างชัดเจน โดยมีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 250 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเมื่อเทียบกับทุกเชน ปัจจัยสำคัญมาจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อเหรียญ $HYPE ควบคู่กับการเปิดตัว HyperEVM Mainnet ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนย้ายเงินทุนเข้ามาเพื่อการเก็งกำไรและการเตรียมความพร้อมสำหรับ Airdrop ส่งผลให้ Hyperliquid ถูกยกระดับขึ้นเป็น Narrative ที่ร้อนแรงที่สุดของตลาดในช่วงเวลานี้
ขณะเดียวกัน Arbitrum ปรากฏเป็นเชนที่มีกระแสเงินไหลออกสูงสุด อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวไม่ได้สะท้อนสัญญาณเชิงลบต่อระบบนิเวศ หากแต่เป็นลักษณะของการหมุนเวียนเงินทุน (Capital Rotation) มากกว่า เนื่องจาก Arbitrum ทำหน้าที่เป็นเส้นทางหลักในการ Bridge สินทรัพย์ โดยเฉพาะ USDC ไปยัง Hyperliquid ทำให้เงินทุนไม่ได้หายออกจากตลาด แต่เพียงย้ายตำแหน่งไปยังพื้นที่ที่นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนระยะสั้นที่สูงกว่า
ภาพรวมจากกราฟสะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะ Risk-On นักลงทุนเริ่มลดน้ำหนักจากเชนหลักที่มีความเสถียรสูงอย่าง Ethereum หรือ Arbitrum เพื่อไล่ตามโอกาสใหม่หรือ Alpha ในตลาด นอกเหนือจาก Hyperliquid แล้ว ยังเริ่มเห็นเงินทุนไหลเข้าสู่เชนใหม่อย่าง Ink และ Starknet ในระดับจำกัด ซึ่งตอกย้ำว่าตลาดกำลังเปิดรับ Narrative ใหม่ และมีความพร้อมในการรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในรอบนี้

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ในช่วงระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2025 ถึง 4 มกราคม 2026 ตลาดคริปโตอยู่ภายใต้บรรยากาศความหวาดระแวงอย่างชัดเจน โดยดัชนี Crypto Fear & Greed เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระดับต่ำราว 18–30 จุดตลอดช่วงเวลา ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในช่วงรอยต่อปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคมถึง 1 มกราคม ซึ่งระดับความเชื่อมั่นปรับลดลงสู่โซน “กลัวสุดขีด” ต่ำกว่า 20 แม้ราคาสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin จะไม่ได้อ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าความกังวลของตลาดในช่วงดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และจิตวิทยาการลงทุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาโดยตรง
ปรากฏการณ์ที่เด่นชัดเกิดขึ้นในวันที่ 4 มกราคม 2026 เมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นกลับอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 26 ซึ่งยังคงอยู่ในโซน Fear ภาวะดังกล่าวสะท้อนมุมมองแบบ “Disbelief” ของนักลงทุน ที่ยังไม่มั่นใจว่าการฟื้นตัวรอบนี้จะมีความต่อเนื่อง และยังมองว่าการปรับขึ้นของราคาอาจเป็นเพียงการดีดตัวในระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดยังไม่เกิดแรงเก็งกำไรหรือแรงไล่ราคาจากความกลัวตกขบวนอย่างเต็มรูปแบบ
ความไม่สอดคล้องกันระหว่างทิศทางราคาที่ปรับตัวขึ้นกับอารมณ์ตลาดที่ยังคงอยู่ในภาวะหวาดกลัว ถือเป็นภาพสะท้อนเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ เนื่องจากบ่งชี้ว่าตลาดยังไม่เข้าสู่ภาวะร้อนแรงเกินไป การฟื้นตัวของราคาท่ามกลางความกังวล หรือที่มักเรียกว่า “Wall of Worry” มักสร้างฐานที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในระยะถัดไป มากกว่าการปรับขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยความโลภของตลาดเพียงด้านเดียว

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจนจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งมีกระแสเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF สูงถึง 348.1 ล้านดอลลาร์ แรงขายดังกล่าวส่งผลให้อารมณ์ของตลาดอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ดัชนี Fear & Greed ปรับลดลงสู่โซน “กลัวสุดขีด” (Extreme Fear) ต่ำกว่า 20 ในช่วงรอยต่อปีใหม่ สะท้อนความไม่มั่นใจของนักลงทุนรายย่อย แม้ราคาจะไม่ได้ปรับฐานลงรุนแรงตามแรงกดดันดังกล่าวก็ตาม
เมื่อเข้าสู่การเปิดตลาดในปี 2026 ทิศทางของกระแสเงินทุนกลับพลิกฟื้นอย่างชัดเจน โดยวันที่ 2 มกราคม มีเงินไหลเข้าสุทธิใน Bitcoin ETF มากกว่า 471.3 ล้านดอลลาร์ แรงซื้อจากฝั่งสถาบันกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ราคา Bitcoin ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถปรับขึ้นผ่านระดับ 90,000 ดอลลาร์ได้ในเวลาไม่นาน ภาพดังกล่าวบ่งชี้ว่าการเทขายในช่วงปลายปีก่อนหน้าเป็นเพียงการจัดการพอร์ตตามรอบเวลา มากกว่าการเปลี่ยนมุมมองเชิงลบต่อสินทรัพย์ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดัชนีอารมณ์ตลาด ณ วันที่ 4 มกราคมยังคงอยู่ในโซน “Fear” ที่ระดับราว 26–30 จุด ความไม่สอดคล้องกันระหว่างการฟื้นตัวของราคากับระดับความเชื่อมั่น สะท้อนภาวะ “Disbelief” ของนักลงทุนรายย่อยที่ยังไม่กล้าเข้าซื้อไล่ราคา ในขณะที่นักลงทุนสถาบันได้ทยอยสะสมไปก่อนแล้ว ลักษณะเช่นนี้มักปรากฏในช่วงเริ่มต้นของรอบตลาดขาขึ้น และสะท้อนโครงสร้างตลาดที่ค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นมากกว่าการปรับตัวขึ้นแบบฉาบฉวย

แรงเทขายสะสมในช่วงปลายปีได้สร้างแรงกดดันต่อ Ethereum ETF อย่างต่อเนื่องในโค้งสุดท้ายของปี 2025 โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 23–26 ธันวาคม ที่กระแสเงินทุนไหลออกติดลบทุกวัน แม้วันที่ 30 ธันวาคมจะเริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาบ้าง แต่ในวันสิ้นปี 31 ธันวาคม นักลงทุนสถาบันกลับเพิ่มแรงขายอีกครั้ง ด้วยยอดไหลออกสุทธิราว 72 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมการลดความเสี่ยงและการปรับพอร์ตเพื่อปิดงบปี มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนมุมมองเชิงลบต่อสินทรัพย์ Ethereum โดยตรง
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ทิศทางกระแสเงินทุนของ Ethereum ETF พลิกกลับอย่างชัดเจนทันทีที่ตลาดเปิดทำการ โดยวันที่ 2 มกราคมมียอดไหลเข้าสุทธิสูงถึง 174.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ายอดไหลออกในวันสิ้นปีเกือบสองเท่า การกลับเข้าซื้อในระดับดังกล่าวสะท้อนการกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน หลังข้อจำกัดด้านรอบบัญชีและการจัดการงบประมาณสิ้นสุดลง พร้อมกับการประเมินโอกาสการลงทุนใหม่ในช่วงต้นปี
ภาพรวมของการเคลื่อนไหวในช่วงรอยต่อปีใหม่สะท้อนรูปแบบที่ชัดเจนของพฤติกรรม Smart Money กล่าวคือ การเทขายเพื่อปรับสถานะในช่วงปลายปี ตามด้วยการกลับเข้าซื้ออย่างมีนัยสำคัญในวันทำการแรกของปีใหม่ การที่เงินไหลเข้าเพียงวันเดียวสามารถชดเชยแรงขายสะสมในช่วงก่อนหน้าได้เกือบทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่ามุมมองของนักลงทุนสถาบันต่อ Ethereum ในระยะถัดไปยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวกมากกว่าลบ
ข่าวสารสำคัญ:
WSJ – ตลาดหุ้นสหรัฐ ยอดดัชนี S&P 500 เพิ่ม ขณะที่ทองคำและเงินปรับตัวขึ้น
หุ้นเอเชียเคลื่อนไหวผสม ขณะที่ตลาดบางแห่งปิดทำการก่อนปีใหม่
วอลล์สตรีทปิดปี 2025 ปรับตัวลง ในการซื้อขายบางตา แม้ตลาดโดยรวมจะทำผลงานโดดเด่นตลอดปี
ที่มา:
https://www.theblock.co/post/384037/spot-bitcoin-etf-355-million-net-inflows
https://www.mexc.com/news/420306
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


