
ประจำสัปดาห์ 20 - 26 เมษายน 2026
_progressive.jpg)

กระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด Bitcoin โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสูงถึงประมาณ 933 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับใกล้ 79,000 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้แรงซื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ราคายังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ เนื่องจากยังมีแรงขายกดดันอย่างต่อเนื่องในบริเวณดังกล่าว
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันจะเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาดยังคงอยู่ในช่วงของการทดสอบแนวต้านสำคัญ โดยทิศทางราคาในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องและความแข็งแกร่งของกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาด

Bitcoin ปรับตัวขึ้นกลับมายืนเหนือระดับ 76,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะเผชิญแรงกดดันจากเหตุการณ์แฮ็กครั้งใหญ่ในภาค DeFi ซึ่งเกิดจากช่องโหว่ของ KelpDAO ที่ถูกโจมตีและสูญเสียสินทรัพย์ราว 293 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดแรงกระทบแบบลูกโซ่ไปยังหลายโปรโตคอล และทำให้มูลค่าเงินทุนไหลออกจากระบบ DeFi รวมสูงถึงประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังคงแสดงความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น โดยราคาสามารถฟื้นตัวได้ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนในตลาด DeFi สะท้อนบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกถือครองในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ตลาด DeFi ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นและความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากระบบที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน

ช่วงวันที่ 20–26 เมษายน 2026 กระแสเงินในตลาดคริปโตสะท้อนการหมุนเวียนของสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าเงินทุนไหลเข้าสู่บางเครือข่ายหลักอย่างต่อเนื่อง เช่น Base ซึ่งมีเงินไหลเข้าสูงสุดในช่วงประมาณ 50–60 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ Hyperliquid และ Solana ที่ระดับประมาณ 30–40 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Arbitrum, Ethereum และ OP Mainnet มีเงินไหลเข้าอยู่ในช่วงประมาณ 15–25 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนต่อเครือข่ายที่ยังคงมีการใช้งานและกิจกรรมบนระบบอย่างต่อเนื่อง
ในทางตรงกันข้าม บางเครือข่ายเผชิญแรงขายอย่างชัดเจน โดย edgeX มีเงินไหลออกสูงสุดในช่วงประมาณ 90–100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ BNB Chain และ Starknet มีเงินไหลออกในระดับประมาณ 20–40 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง โดยนักลงทุนไม่ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนโดยรวม แต่เลือกปรับพอร์ตผ่านการโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์หรือเครือข่ายที่มีแนวโน้มการเติบโตและมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนมากกว่า

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ดัชนี Fear & Greed เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 25 ถึง 45 สะท้อนภาวะตลาดที่ยังขาดความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีอยู่ในโซน Fear ใกล้ระดับ 25 ก่อนจะปรับตัวขึ้นไปแตะบริเวณ 40–45 ในช่วงวันที่ 23 เมษายน ตามการฟื้นตัวของราคา Bitcoin ที่ขยับเข้าใกล้ระดับ 78,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นดังกล่าวไม่สามารถยืนระดับได้อย่างต่อเนื่อง และดัชนีได้อ่อนตัวลงกลับมาอยู่แถวประมาณ 30 ในช่วงปลายสัปดาห์ สะท้อนแรงขายทำกำไรและความลังเลของนักลงทุนในตลาด
ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะแนวโน้มสภาพคล่องที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน ทำให้การฟื้นตัวของราคายังเป็นไปในลักษณะชั่วคราวมากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มอย่างชัดเจน แม้จะมีแรงซื้อกลับในบางช่วง แต่ sentiment โดยรวมยังคงอยู่ในระดับระมัดระวัง สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงประเมินทิศทาง และต้องการปัจจัยสนับสนุนใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะถัดไป

กระแสเงินใน Bitcoin ETF สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังขาดความต่อเนื่อง โดยในวันที่ 20 เมษายน มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 238.4 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะชะลอลงอย่างชัดเจนในวันที่ 21 เมษายน เหลือเพียงราว 11.8 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม แรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งในวันที่ 22 และ 23 เมษายน ที่ระดับประมาณ 335.8 ล้านดอลลาร์ และ 223.3 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ สะท้อนลักษณะการเข้าซื้อเป็นจังหวะของนักลงทุนสถาบัน มากกว่าการสะสมอย่างต่อเนื่อง
หลังจากช่วงฟื้นตัวดังกล่าว กระแสเงินเริ่มอ่อนแรงลง โดยวันที่ 24 เมษายน มีเงินไหลเข้าเพียงประมาณ 14.4 ล้านดอลลาร์ และในช่วงถัดมาเริ่มเห็นแรงขายบางส่วนกลับเข้ามาในตลาด ภาพรวมจึงสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง แม้จะมีแรงสนับสนุนจากเงินทุนในบางช่วง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันแนวโน้มเชิงบวกอย่างชัดเจน ส่งผลให้ทิศทางของตลาดยังคงขึ้นอยู่กับจังหวะของกระแสเงินทุนและปัจจัยแวดล้อมในระยะสั้น

กระแสเงินใน Ethereum ETF ยังคงสะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอ โดยในวันที่ 20 เมษายน มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 67.8 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะชะลอลงในวันที่ 21 เมษายน เหลือประมาณ 43.4 ล้านดอลลาร์ และกลับมาเร่งตัวอีกครั้งในวันที่ 22 เมษายน ที่ระดับประมาณ 96.4 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 23 เมษายน กลับมีแรงขายสุทธิประมาณ 75.9 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความไม่ต่อเนื่องของแรงซื้อ และพฤติกรรมของนักลงทุนที่ยังคงเน้นการเข้าออกตามจังหวะมากกว่าการถือครองในระยะยาว
ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ Ethereum จะเริ่มได้รับความสนใจกลับมาบางส่วน แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับระมัดระวัง โดยการไหลเข้าในบางช่วงยังไม่สามารถชดเชยแรงขายที่เกิดขึ้นในช่วงถัดมาได้อย่างชัดเจน สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังคงรอปัจจัยสนับสนุนใหม่ ทั้งในด้านสภาพคล่องและทิศทางเศรษฐกิจมหภาค ส่งผลให้แนวโน้มของ Ethereum ในระยะสั้นยังคงเป็นการเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัวในกรอบจำกัด มากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างมั่นคง
ข่าวสารสำคัญ:
Kelp DAO สูญกว่า $292 ล้าน สะเทือน DeFi ครั้งใหญ่สุดของปี 2026
ภาพรวมคริปโต เม.ย. 2026 สถาบันครองเกม Stablecoin แข่งเดือด และ AI ผสาน DeFi
IMF ชี้เศรษฐกิจโลกปี 2026 ยังโตต่อ แต่เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงการเงิน
ที่มา:
https://www.chainalysis.com/blog/kelpdao-bridge-exploit-april-2026/
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


