
ประจำสัปดาห์ 13 - 19 เมษายน 2026
%20(1)_progressive.jpg)

Bitcoin ไม่ได้เคลื่อนไหวจากปัจจัยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังตอบสนองต่อ “คำพูด” ของผู้นำทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ทุกครั้งที่ Donald Trump ออกมาแสดงความเห็น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคริปโต ท่าทีต่อเศรษฐกิจ หรือประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ราคา Bitcoin มักเกิดความผันผวนในช่วงประมาณ 5–12% ภายในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับ narrative และ sentiment มากขึ้นกว่าที่เคย
ความเคลื่อนไหวลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะกลับมาอีกในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดขาดปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน ทำให้ “คำพูด” กลายเป็นตัวเร่งทิศทางราคาอย่างรวดเร็ว สำหรับนักลงทุน นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของข่าว แต่คือสัญญาณที่ต้องจับตา เพราะในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น การเคลื่อนไหวของผู้นำเพียงคนเดียว อาจเปลี่ยนทิศทั้งตลาดได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

Bitcoin กำลังสร้างภาพใหม่ในตลาดการเงิน หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ความผันผวนย้อนหลัง 30 วันของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 42% ต่ำกว่าดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่ราว 51% ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนมุมมองครั้งสำคัญ เนื่องจากในอดีต Bitcoin มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้นอย่างชัดเจน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin มีเสถียรภาพมากขึ้น มาจากการเข้ามาของเงินทุนสถาบันผ่าน Spot ETF และโครงสร้างตลาดที่เติบโตขึ้น ทำให้แรงซื้อขายมีลักษณะเป็นระบบมากขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีได้รับผลกระทบจากความผันผวนด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกมากกว่า สะท้อนว่าในบางช่วงเวลา Bitcoin เริ่มถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่ “นิ่งขึ้น” และมีบทบาทใกล้เคียงสินทรัพย์หลัก มากกว่าสินทรัพย์เก็งกำไรแบบเดิม

12 – 19 เมษายน 2026 กระแสเงินบน on-chain เปลี่ยนทิศค่อนข้างชัด โดย Arbitrum มีเงินไหลเข้าประมาณ 80–90 ล้านดอลลาร์ และ Ethereum ราว 60–70 ล้านดอลลาร์ กลับมาเป็นผู้นำฝั่งรับเงิน หลังจากก่อนหน้านี้ถูกลดน้ำหนักต่อเนื่อง ขณะที่ OP Mainnet ยังมีเงินไหลเข้าระดับประมาณ 20–30 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการกลับมาของ narrative ฝั่ง Layer 2 อีกครั้ง ในทางตรงกันข้าม Hyperliquid กลับถูกขายหนักที่สุดราว 80–100 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Starknet และ BNB Chain ที่มีเงินไหลออกระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่ากระแสเก็งกำไรในฝั่ง trading infrastructure เริ่มชะลอตัวลง
ภาพนี้สอดคล้องกับบริบทตลาดจริงที่เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับสินทรัพย์หลักมากขึ้น หลังช่วงก่อนหน้ามีการไล่ราคาในกลุ่มเฉพาะทางอย่าง AI และ derivative platforms ประกอบกับแรงหนุนจาก Bitcoin ETF ที่กลับมามีเงินไหลเข้าอีกครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายน ทำให้ sentiment โดยรวมเริ่มนิ่งขึ้นและเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ ecosystem ที่มีความมั่นคงมากกว่า สรุปง่าย ๆ คือ ตลาดไม่ได้มีเงินใหม่ไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำลัง “ย้ายเงินกลับฐาน” จากของเสี่ยงไปหาของที่ดูปลอดภัยกว่าในสายตานักลงทุนช่วงนี้

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ภาวะตลาดคริปโตเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยดัชนี Fear & Greed ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 13–15 ในช่วงต้นสัปดาห์ สู่ระดับราว 22–26 ในช่วงกลางสัปดาห์ สะท้อนถึงการคลายตัวของแรงกดดันด้าน sentiment ขณะที่ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นจากบริเวณประมาณ 71,000 ดอลลาร์ ไปสู่ช่วงใกล้ 75,000–78,000 ดอลลาร์ในระยะเวลาเดียวกัน แสดงถึงการกลับมาของแรงซื้อบางส่วน โดยเฉพาะหลังจากแรงกดดันด้านสภาพคล่องในช่วงก่อนหน้าเริ่มลดลง
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับ Neutral ค่อนไปทางระมัดระวัง สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ได้กลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างเต็มที่ ภาพรวมตลาดจึงยังคงเป็นการฟื้นตัวเชิงเทคนิคภายใต้ข้อจำกัดจากปัจจัยมหภาค ทั้งในด้านนโยบายการเงิน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางของสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะถัดไป

กระแสเงินใน Bitcoin ETF มีลักษณะผันผวนแต่เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ โดยวันที่ 13 เมษายน มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 291 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในวันที่ 14 เมษายน ด้วยเงินไหลเข้าประมาณ 411 ล้านดอลลาร์ และต่อเนื่องถึงวันที่ 17 เมษายน ที่มีเงินไหลเข้าสูงถึงราว 663.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับสูงสุดของช่วงเวลาใกล้เคียง สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบัน หลังจากช่วงต้นเดือนที่เผชิญแรงขายต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หลังแรงซื้อดังกล่าว ตลาดเริ่มชะลอตัวลง โดยวันที่ 15 เมษายน เงินไหลเข้าอยู่ที่ประมาณ 186 ล้านดอลลาร์ ก่อนลดลงเหลือเพียง 26.1 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 16 เมษายน สะท้อนพฤติกรรมการเข้าซื้อแบบเป็นจังหวะมากกว่าการสะสมต่อเนื่อง ภาพรวมจึงชี้ให้เห็นว่าตลาดยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายใต้ความระมัดระวัง แม้จะมีแรงหนุนจากกระแสเงินทุน แต่ยังขาดความต่อเนื่องเพียงพอที่จะยืนยันแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนในระยะสั้น

กระแสเงินใน Ethereum ETF เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวหลังจากช่วงต้นเดือนที่อ่อนแรง โดยวันที่ 13 เมษายน มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 9.5 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในวันที่ 14 และ 15 เมษายน สู่ระดับประมาณ 53.1 ล้านดอลลาร์ และ 67.9 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ และยังคงต่อเนื่องถึงวันที่ 17 เมษายน ซึ่งมีเงินไหลเข้าสูงถึงราว 127.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาในสินทรัพย์รอง หลังจากก่อนหน้านี้ถูกลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแรงฟื้นตัวในบางช่วง แต่ภาพรวมยังคงเป็นการเคลื่อนไหวแบบไม่ต่อเนื่อง โดยวันที่ 16 เมษายน เงินไหลเข้าอยู่เพียงประมาณ 18 ล้านดอลลาร์ และยังมีบางวันก่อนหน้าอย่างวันที่ 13 เมษายนที่แรงซื้อยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนว่านักลงทุนยังคงเลือกเข้าซื้อเป็นจังหวะมากกว่าการสะสมระยะยาว ภาพรวมจึงบ่งชี้ว่า Ethereum ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวเชิงเทคนิคภายใต้ความระมัดระวัง และยังต้องการแรงหนุนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นในระยะถัดไป
ข่าวสารสำคัญ:
Bhutan โอน 250 BTC ยอดไหลออกปี 2026 ทะลุ $240 ล้าน
Bitcoin เผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากสภาพคล่องตึงตัว
Strategy ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 34,164 BTC มูลค่า $2.54 พันล้าน
ที่มา:
https://www.coindesk.com/markets/2026/04/20/u-s-iran-ceasefire-ends-tesla-earnings-crypto-week-ahead
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


