ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ

Weekly Research Recap 04 - 10 May 2026

ประจำสัปดาห์ 04 - 10 พฤษภาคม 2026

สารบัญเนื้อหา

Weekly Recap Research  

Hyperunit โอน ETH 180 ล้านดอลล์เข้า Binance ตลาดคริปโตสั่นสะท้านซ้ำรอยเทขาย

[https://cryptobriefing.com/hyperunit-whale-sends-180m-eth-to-binance-sparking-sell-off-concerns/]

สัญญาณความกังวลในตลาดคริปโตกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังวาฬรายใหญ่ “Hyperunit” โอน ETH มูลค่ากว่า 180 ล้านดอลลาร์เข้าสู่กระดานเทรด Binance จนเกิดกระแสจับตาว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของแรงขายระลอกใหม่ ด้วยประวัติการเคลื่อนไหวที่เคยส่งผลต่อทิศทางตลาดมาตั้งแต่การสะสม Bitcoin จำนวนมากในปี 2018 ไปจนถึงการทำกำไรครั้งใหญ่ในช่วงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของวาฬรายนี้ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือมูลค่าพอร์ตของ Hyperunit ที่ลดลงจากระดับประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคมปีก่อน เหลือราว 2 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน สะท้อนภาพการทยอยลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ตลาดจึงมองว่าการโอน ETH ครั้งล่าสุดอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา Ethereum ในระยะสั้น ขณะที่ Bitcoin อาจได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการหมุนสภาพคล่องของนักลงทุน ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของวาฬรายนี้ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงต่อจากนี้

Bitcoin ชะลอตัวใต้ระดับ 81,000 ดอลลาร์ นักลงทุนจับตาสัญญาณจากการหารือ Trump–Xi

[https://www.coindesk.com/markets/2026/05/13/bitcoin-holds-below-usd81-000-with-trump-xi-talks-on-the-horizon]

Bitcoin เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 81,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังก่อนการเจรจาระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping ซึ่งตลาดมองว่าอาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก การค้า และสภาพคล่องของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป แม้ราคาจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันยังคงมีอยู่ ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นเริ่มชะลอการเปิดสถานะใหม่เพื่อรอความชัดเจนจากปัจจัยมหภาค

ก่อนหน้านี้ Bitcoin เคยปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 82,000 ดอลลาร์ แต่แรงขายทำกำไรและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กดดันให้ราคาย่อตัวลงอีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “wait and see” หลังสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเริ่มตอบสนองต่อประเด็นการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ Bitcoin ยังสามารถยืนเหนือระดับจิตวิทยาสำคัญได้ สะท้อนว่าความเชื่อมั่นระยะยาวของตลาดยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

Top Net flows

[https://app.artemisanalytics.com/flows]

ช่วงวันที่ 4–10 พฤษภาคม 2026 กระแสเงินทุนในระบบนิเวศคริปโตสะท้อนภาพการหมุนเวียนเม็ดเงินไปยังแพลตฟอร์มที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งมากขึ้น โดย Hyperliquid เป็นเครือข่ายที่มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดราว 280 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 7 วัน ได้แรงหนุนจากการเปิดตัว Prediction Markets บน Mainnet เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งมียอดซื้อขายวันแรกทะลุ 6 ล้านสัญญา ประกอบกับกลไกการเผาเหรียญ HYPE ที่ช่วยลดอุปทานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเข้าซื้อสะสมของ Whales ที่เพิ่ม Long Position สูงสุดในรอบปี ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเครือข่ายปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Ethereum ยังคงมีเงินไหลเข้าสุทธิรองลงมาราว 170 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อผ่านกองทุน ETF และอานิสงส์จากการฟื้นตัวของ Bitcoin ที่กลับขึ้นเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ ส่วน Starknet และ OP Mainnet แม้จะมีเงินไหลเข้าในระดับไม่สูงมาก แต่ยังคงอยู่ในแดนบวกเมื่อเทียบกับเครือข่ายคู่แข่งอื่น

ในทางกลับกัน เครือข่ายที่เผชิญเงินไหลออกสุทธิต่างได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัวที่ชัดเจน โดย Arbitrum มีเงินไหลออกสูงสุดราว 280 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปี 2026 ทั้งจากการปลดล็อกเหรียญจำนวนมาก เหตุการณ์โจมตีสะพานเงินในเดือนเมษายน และประเด็นด้าน Governance ที่ยังไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้เม็ดเงินทยอยไหลออกไปยังคู่แข่งในกลุ่ม Layer 2 อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Polygon PoS และ Base มีเงินไหลออกสุทธิราว 80 ล้านดอลลาร์ และ 50 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ส่วน BNB Chain และ Solana ก็เผชิญแรงไหลออกในระดับที่น่าจับตาเช่นกัน ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดเริ่มคัดเลือกเครือข่ายอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยให้น้ำหนักกับโปรโตคอลที่มีรายได้จริงและมีกลไกลดอุปทานที่ชัดเจน มากกว่าการถือครองสินทรัพย์ในเครือข่ายที่เผชิญปัญหาด้านสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของตลาด

Fear & Greed Index

[https://www.coinglass.com/pro/i/FearGreedIndex]

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)

ดัชนีความกลัวและความโลภของตลาดคริปโตเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ Neutral โดยเริ่มต้นที่ระดับ 46 ในวันที่ 3 พฤษภาคม ก่อนปรับตัวลงแตะจุดต่ำสุดบริเวณ 41 ในวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งสอดคล้องกับราคาบิตคอยน์ที่อ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับใกล้ 78,000 ดอลลาร์ จากนั้นดัชนีฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 51 ในวันที่ 5 พฤษภาคม พร้อมกับราคาบิตคอยน์ที่กลับมายืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญแรงขายตามมา จนทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงสู่ระดับ 37 ในช่วงวันที่ 8–9 พฤษภาคม สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่ยังไม่มั่นใจว่าราคาจะสามารถยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาปิดสัปดาห์ที่ระดับ 49 ในวันที่ 10 พฤษภาคม ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ภาพรวมจึงสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในภาวะต่อสู้กันระหว่างแรงซื้อและแรงขาย โดยยังไม่มีฝั่งใดได้เปรียบอย่างชัดเจน

การเคลื่อนไหวของดัชนี sentiment ในสัปดาห์ดังกล่าวสะท้อนสภาวะตลาดที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้บิตคอยน์จะสามารถทำจุดสูงสุดระยะสั้นใหม่บริเวณ 82,000 ดอลลาร์ในวันที่ 7 พฤษภาคม แต่ดัชนีกลับไม่สามารถปรับขึ้นเข้าสู่โซน Greed ได้ แตกต่างจากรอบขาขึ้นก่อนหน้าที่ดัชนีมักขยับเหนือระดับ 55 เมื่อราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวใกล้เคียงกัน ภาพนี้สะท้อนว่านักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยยังคงระมัดระวังต่อการเข้าซื้อ แม้จะมีแรงหนุนจากการอนุมัติ ETF และกระแสเงินทุนจากเอเชีย แต่ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุม Fed ที่กำลังจะมาถึง ทำให้ตลาดยังเลือกชะลอการตัดสินใจ ส่งผลให้ดัชนีปิดสัปดาห์ในโซน Neutral ที่ระดับ 49 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังไม่พร้อมต่อการเคลื่อนไหวรุนแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่งในระยะสั้น

Bitcoin ETF Flow

[https://farside.co.uk/btc]

กระแสเงินทุนในกองทุน Bitcoin ETF สะท้อนภาพความผันผวนที่ค่อนข้างชัดเจน โดยวันที่ 4 พฤษภาคมมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 532.3 ล้านดอลลาร์ นำโดย iShares IBIT ที่มียอดซื้อสะสม 335.5 ล้านดอลลาร์ และ Fidelity FBTC ที่ 184.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นทะลุ 80,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แรงซื้อเริ่มชะลอลงในวันที่ 5 พฤษภาคม เหลือ 467.3 ล้านดอลลาร์ และหดตัวลงอย่างมากในวันที่ 6 พฤษภาคม เหลือเพียง 46.2 ล้านดอลลาร์ จากแรงขายใน Grayscale GBTC ที่กลับมาไหลออก 18.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ARK 21Shares ARKB หยุดรับเงินไหลเข้าเป็นวันแรกในรอบหลายวัน สะท้อนว่าความกระตือรือร้นของนักลงทุนสถาบันเริ่มอ่อนแรงลง

วันที่ 7 พฤษภาคมกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อกระแสเงินพลิกเป็นไหลออกสุทธิ 268.5 ล้านดอลลาร์ โดย iShares IBIT มีเงินไหลออกเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ 98.0 ล้านดอลลาร์ และ Fidelity FBTC พลิกเป็นเงินไหลออก 129.0 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับราคาบิตคอยน์ที่ปรับขึ้นทดสอบระดับ 82,000 ดอลลาร์ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก แรงกดดันยังคงต่อเนื่องในวันที่ 8 พฤษภาคม ด้วยเงินไหลออกสุทธิ 145.7 ล้านดอลลาร์ นำโดย iShares IBIT ที่ 27.2 ล้านดอลลาร์ และ Fidelity FBTC ที่ 97.6 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมสัปดาห์นี้สะท้อนว่า แม้ช่วงต้นสัปดาห์จะมีแรงไหลเข้าจำนวนมาก แต่แรงขายในช่วงปลายสัปดาห์ทำให้ภาพรวมสุทธิอ่อนตัวลง สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันที่ยังเน้นจังหวะซื้อขายระยะสั้นมากกว่าการถือครองระยะยาวในภาวะตลาดที่ยังไม่ชัดเจน

Ethereum ETF Flow

[https://farside.co.uk/eth/]

Ethereum ETF สะท้อนภาพความผันผวนในลักษณะคล้ายกับ Bitcoin ETF แต่มีระดับการหดตัวและการสลับของกระแสเงินที่รุนแรงกว่า โดยวันที่ 4 พฤษภาคมมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 61.3 ล้านดอลลาร์ นำโดย iShares ETHA ที่ประมาณ 54.8 ล้านดอลลาร์ และ Fidelity FETH ที่ราว 6.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงจากวันก่อนหน้าที่มีเงินไหลเข้า 101.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่วันที่ 5 พฤษภาคมกระแสเงินกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 97.5 ล้านดอลลาร์ โดย iShares ETHA มีแรงซื้อสะสมราว 69.5 ล้านดอลลาร์ และ Fidelity FETH ประมาณ 24.2 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงเห็นโอกาสใน Ethereum แม้ตลาดสินทรัพย์อื่นเริ่มมีแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ตามแรงซื้อดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็วในวันที่ 6 พฤษภาคม เหลือเพียง 11.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีแรงไหลออกเล็กน้อยจาก Fidelity FETH ประมาณ 0.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Grayscale ETHE กลับมามีเงินไหลเข้า 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากรูปแบบปกติของกองทุนนี้ที่มักมีแรงไหลออกต่อเนื่อง

วันที่ 7 พฤษภาคมถือเป็นจุดอ่อนที่สุดของสัปดาห์ โดยมีเงินไหลออกสุทธิราว 103.6 ล้านดอลลาร์ นำโดย Fidelity FETH ที่ไหลออกประมาณ 62.3 ล้านดอลลาร์ และ iShares ETHA ที่ราว 26.3 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับแรงขายในตลาด Ethereum ขณะที่ราคาเผชิญแรงกดดันระหว่างการทดสอบระดับบิตคอยน์แถว 82,000 ดอลลาร์ ก่อนจะอ่อนตัวลง ในวันที่ 8 พฤษภาคม กระแสเงินโดยรวมอยู่ในระดับต่ำมาก โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิเพียง 3.6 ล้านดอลลาร์ จาก VanEck ETHV เพียงกองทุนเดียว ขณะที่กองทุนอื่นมีการเคลื่อนไหวจำกัดหรืออยู่ในระดับใกล้ศูนย์ ภาพรวมของสัปดาห์นี้สะท้อนว่า Ethereum ETF ยังเผชิญข้อจำกัดในการดึงดูดเงินทุนระยะยาว เมื่อเทียบกับ Bitcoin ETF ที่ยังมีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันยังคงเลือกปรับลดความเสี่ยงใน Ethereum ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของทิศทางการฟื้นตัวหลังการอัปเกรด Pectra ที่เพิ่งเสร็จสิ้นในช่วงก่อนหน้า

ข่าวสารสำคัญ:  

Michael Saylor ส่งสัญญาณกลยุทธ์ภาษีใหม่ สะท้อนแนวทางเดียวกับการขาย Bitcoin ปี 2022  

Strategy ซื้อเพิ่ม 535 BTC มูลค่า 43 ล้านดอลลาร์ หลังเพิ่งส่งสัญญาณอาจขายบางส่วน  

วุฒิสภาสหรัฐเตรียมโหวตร่างกฎหมายคริปโตชุดใหญ่ 14 พฤษภาคมนี้

ที่มา:
https://www.coindesk.com/markets/2026/05/11/bitcoin-whipsaws-on-cme-open-as-iran-tensions-pressure-crypto-markets

https://www.ainvest.com/news/arbitrum-2026-collapse-flow-analysis-price-liquidity-2602/

https://www.mexc.com/news/1081082

หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้  

Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ

J.P Daniel

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Maxbit ได้ที่

appstoregoogleplay

ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต

ลงทะเบียน
starstar