
ประจำสัปดาห์ 09 - 15 มีนาคม 2026
%20(1)_progressive.jpg)

ตลาดคริปโตเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ Bitcoin ขยับเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 74,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงซื้อที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาด โดยราคาปรับตัวขึ้นจากโซนประมาณ 70,000 ดอลลาร์ และมีจังหวะเข้าใกล้ระดับดังกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดเชิงเทคนิคที่นักลงทุนจับตา หากสามารถผ่านได้มีโอกาสเห็นการเร่งตัวขึ้นต่อในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน โดย Ethereum และเหรียญหลักอื่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2–6% สะท้อนการกลับมาของ sentiment ฝั่ง risk-on ในตลาด
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ altcoin เริ่มให้ผลตอบแทนเหนือกว่า Bitcoin อย่างชัดเจนในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่ม memecoin และเหรียญขนาดกลางที่ปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ในหลายตัว สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่เริ่มเพิ่มระดับความเสี่ยงหลังตลาดเริ่มตั้งฐานได้ การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “early risk rotation” ที่เงินทุนเริ่มไหลจาก Bitcoin ไปยังสินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่า อย่างไรก็ตาม การยืนยันแนวโน้มขาขึ้นยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถของ Bitcoin ในการยืนเหนือระดับ 74,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดในระยะถัดไป

ตลาดคริปโตเริ่มแสดงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อเหรียญในกลุ่ม memecoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในระยะสั้น แม้ว่า Bitcoin และ Ethereum จะปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย Bitcoin เคลื่อนไหวเหนือระดับ 73,000 ดอลลาร์ และเคยขึ้นไปแตะ 74,300 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 7% แต่ memecoin อย่าง PEPE กลับพุ่งขึ้นถึง 19% ภายใน 24 ชั่วโมง และเหรียญอื่นอย่าง BONK, PENGU และ SHIB ก็ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเหรียญหลักอย่างมีนัยสำคัญ
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนแนวคิดที่เรียกว่า “Barbell Strategy” ซึ่งนักลงทุนเลือกกระจายการถือครองไปยังสินทรัพย์สองขั้วพร้อมกัน โดยฝั่งหนึ่งเป็นสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบัน และอีกฝั่งเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่าง memecoin เพื่อคาดหวังผลตอบแทนระยะสั้น แตกต่างจากวัฏจักรตลาดก่อนหน้าที่เงินทุนมักไหลเข้าสู่ DeFi หรือ altcoin ที่มีการใช้งานจริง ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันพฤติกรรมนี้คือจำนวนเหรียญใหม่ในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 37.8 ล้านโทเค็น ส่งผลให้สภาพคล่องถูกกระจายออก และไม่เกิด altseason ในรูปแบบเดิม ทำให้ตลาดปัจจุบันมีลักษณะของการ “เลือกลงทุนเป็นรายตัว” มากกว่าการปรับตัวขึ้นทั้งระบบ

ภาพรวมตลาดคริปโตเริ่มเปลี่ยนจากภาวะ “ตั้งรับ” ไปสู่ “การฟื้นตัวแบบมีเงื่อนไข” โดยมีแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนสถาบันและการคลายความกังวลด้านปัจจัยมหภาคบางส่วน ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นสู่โซนประมาณ 70,000 – 74,000 ดอลลาร์ และสามารถทำจุดสูงสุดระยะสั้นใกล้ 73,900 ดอลลาร์ได้ในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ETF กลับมาเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยมีเงินไหลเข้าสะสมในระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว และต่อเนื่องหลายวัน สะท้อนการกลับเข้ามาของอุปสงค์จากฝั่งสถาบัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เผชิญแรงขายต่อเนื่อง
ในมุมมอง on-chain การเคลื่อนย้ายสภาพคล่องสะท้อนพฤติกรรม “risk rotation” ได้อย่างชัดเจน โดยเงินทุนไหลเข้าสู่ ecosystem ที่เน้นการเทรดและการใช้ leverage เช่น Hyperliquid ซึ่งมี inflow มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ และ Polygon ที่มี inflow ระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Ethereum และ Arbitrum มีเงินไหลออกในระดับมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนที่ลดสัดส่วนการถือครองในสินทรัพย์หลักบางส่วน และย้ายไปยังแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า ภาพรวมจึงสะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายใต้การสลับสภาพคล่องแบบ selective risk-on มากกว่าจะเป็นการกลับเข้าสู่ขาขึ้นเต็มรูปแบบ โดยยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยมหภาคและกระแสเงินทุนจากสถาบันเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไป

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ภาพรวมตลาดคริปโตเริ่มเปลี่ยนจากภาวะ “ตั้งรับ” ไปสู่ “การฟื้นตัวแบบมีเงื่อนไข” โดยมีแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนสถาบันและการคลายความกังวลด้านปัจจัยมหภาคบางส่วน ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นสู่โซนประมาณ 70,000 – 74,000 ดอลลาร์ และสามารถทำจุดสูงสุดระยะสั้นใกล้ 73,900 ดอลลาร์ได้ในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ETF กลับมาเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยมีเงินไหลเข้าสะสมในระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เดียว และต่อเนื่องหลายวัน สะท้อนการกลับเข้ามาของอุปสงค์จากฝั่งสถาบัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เผชิญแรงขายต่อเนื่อง
ในมุมมอง on-chain การเคลื่อนย้ายสภาพคล่องสะท้อนพฤติกรรม “risk rotation” ได้อย่างชัดเจน โดยเงินทุนไหลเข้าสู่ ecosystem ที่เน้นการเทรดและการใช้ leverage เช่น Hyperliquid ซึ่งมี inflow มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ และ Polygon ที่มี inflow ระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Ethereum และ Arbitrum มีเงินไหลออกในระดับมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนที่ลดสัดส่วนการถือครองในสินทรัพย์หลักบางส่วน และย้ายไปยังแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า ภาพรวมจึงสะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายใต้การสลับสภาพคล่องแบบ selective risk-on มากกว่าจะเป็นการกลับเข้าสู่ขาขึ้นเต็มรูปแบบ โดยยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยมหภาคและกระแสเงินทุนจากสถาบันเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไป

กระแสเงินทุนใน Spot Bitcoin ETF เริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากความผันผวนในสัปดาห์ก่อน โดยมีสัญญาณของแรงซื้อสลับกับแรงขายอย่างต่อเนื่อง เช่น วันที่ 10 มี.ค. มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 246.9 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 13 มี.ค. อยู่ที่ประมาณ 180.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการกลับเข้ามาสะสมของนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะกองทุนหลักอย่าง BlackRock และ Fidelity ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระแสเงินทุน ขณะที่ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า อยู่บริเวณประมาณ 70,000 – 75,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะขาขึ้นเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังคงมีแรงขายสลับเข้ามาเป็นระยะ เช่น วันที่ 12 มี.ค. มีเงินไหลออกประมาณ 53.8 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการปรับพอร์ตของนักลงทุนในระยะสั้น ภาพรวมจึงเป็นลักษณะของการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใต้กระแสเงินทุนที่ยังไม่สม่ำเสมอ สอดคล้องกับ sentiment ที่ยังอยู่ในโซน Fear แม้จะปรับดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยตลาดในช่วงนี้จึงสามารถตีความได้ว่าอยู่ในระยะ recovery และสะสมกำลัง

กระแสเงินทุนใน Ethereum ETF ยังคงสะท้อนความไม่แน่นอนของตลาด แม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวเป็นระยะ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ยังคงเห็นแรงขายต่อเนื่อง เช่น วันที่ 9 มีนาคม มีเงินไหลออกประมาณ 51.3 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่แรงซื้อจะเริ่มกลับเข้ามาในวันที่ 11 มีนาคม ที่ราว 57.0 ล้านดอลลาร์ และต่อเนื่องในวันที่ 12 มีนาคม ที่ประมาณ 115.9 ล้านดอลลาร์ นำโดยกองทุนหลักอย่าง BlackRock และ Fidelity ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประคอง sentiment ของตลาดในระยะสั้น ขณะที่ราคา Ethereum เคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Bitcoin ในทิศทางฟื้นตัว โดยอยู่ในกรอบประมาณ 3,400 – 3,800 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินทุนยังคงมีลักษณะสลับเข้าและออกอย่างรวดเร็ว เช่น วันที่ 13 มีนาคม มีเงินไหลออกประมาณ 26.7 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการปรับพอร์ตของนักลงทุนในช่วงที่ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ภาพรวมจึงยังไม่ใช่การกลับตัวขึ้นอย่างชัดเจน แต่เป็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใต้ความเชื่อมั่นที่ยังเปราะบาง ซึ่งสอดคล้องกับดัชนี Fear & Greed ที่ยังอยู่ในโซน Fear แม้จะปรับตัวดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ตลาด Ethereum ในช่วงนี้ยังอยู่ในระยะของการสะสมและรอการยืนยันแนวโน้มต่อไป
ข่าวสารสำคัญ:
สัปดาห์ชี้ชะตาคริปโต จับตา Fed ตัดสินดอกเบี้ย-งบ Gemini ตัวแปรตลาดโลก
แบงก์ภูมิภาคสหรัฐลุยเอง เปิดเครือข่าย Cari บน zkSync ท้าชน Stablecoin เต็มตัว
Mastercard ทุ่มสูงสุด $1.8 พันล้าน ซื้อ BVNK รุกโครงสร้าง Stablecoin เต็มเกมการเงินดิจิทัล
ที่มา:
https://tokenterminal.com/explorer/projects/hyperliquid/metrics/active-addresses-daily
https://coinmarketcap.com/charts/altcoin-season-index/
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


