
ประจำสัปดาห์ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2026
_progressive.jpg)

ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า Bitcoin มีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น หากปัจจัยมหภาคผ่อนคลาย โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มลดลง ซึ่งอาจเปิดทางให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญในช่วง 71,500 ถึง 81,200 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ระดับดังกล่าวยังถือเป็นโซนที่มีแรงขายสะสมอยู่จำนวนมาก และถือเป็นจุดสำคัญในการประเมินว่าตลาดจะสามารถกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้หรือไม่
แม้จะมีมุมมองเชิงบวกในด้านราคา แต่ข้อมูล on-chain ยังคงสะท้อนภาพที่เปราะบาง โดยความต้องการซื้อ Bitcoin อยู่ในระดับค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งจากจำนวนผู้ใช้งานใหม่ที่ชะลอตัว และพฤติกรรมเงินไหลเข้าสู่ exchange ที่บ่งชี้ว่าแรงขายยังคงมีอยู่ ส่งผลให้การฟื้นตัวในรอบนี้ยังถูกมองว่าเป็นเพียงการรีบาวด์ในระยะสั้น มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ หากไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญดังกล่าวได้ ตลาดยังมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะถูกกดดันอีกครั้ง

Bitcoin เข้าสู่ช่วงวันหยุด Good Friday ภายใต้ภาวะที่ถูกมองว่า “เปราะบางกว่าปกติ” หลังจากกลไกสำคัญของตลาดอย่าง ETF และ CME Futures หยุดทำการชั่วคราว ส่งผลให้แหล่งอุปสงค์หลักจากนักลงทุนสถาบันหายไปพร้อมกันในช่วงเวลาเดียว ก่อนเข้าสู่ช่วงดังกล่าว ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่บริเวณประมาณ 66,000 ถึง 67,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางสภาพคล่องที่ลดลงและแรงซื้อในตลาดสปอตที่เริ่มอ่อนแรง
ภาวะนี้ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อข้อมูลบ่งชี้ว่าผู้ถือรายใหญ่ยังคงทยอยขายออก ขณะที่อุปสงค์โดยรวมเริ่มติดลบ ส่งผลให้ตลาดต้องพึ่งพาแรงซื้อจริงจากผู้เล่นในตลาดมากขึ้น โดยไม่มีแรงสนับสนุนจากโครงสร้างของนักลงทุนสถาบันเหมือนในช่วงปกติ สถานการณ์ดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นถึงบททดสอบสำคัญของ Bitcoin ว่าจะสามารถยืนเหนือระดับราคาสำคัญได้ด้วยแรงซื้อพื้นฐาน หรือจะเผชิญแรงกดดันจากสภาพคล่องที่หายไปในระยะสั้นนี้

ตลาดคริปโตในช่วงวันที่ 30 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2026 แสดงให้เห็นถึงการหมุนเวียนของเงินทุนอย่างชัดเจน โดยฝั่งเงินไหลเข้าสู่ Hyperliquid อยู่ในระดับประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Polygon และ Base ตามมาที่ราว 70 ถึง 90 ล้านดอลลาร์ ส่วน Ethereum มีเงินไหลเข้าเพียงประมาณ 30 ถึง 40 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าเม็ดเงินกำลังไหลไปยังเครือข่ายที่มีการใช้งานจริงและมีต้นทุนที่ต่ำมากขึ้น ในทางกลับกัน Arbitrum เผชิญแรงขายมากที่สุด โดยมีเงินไหลออกเกิน 100 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย OP Mainnet และ Solana ที่มีเงินไหลออกในช่วงประมาณ 30 ถึง 60 ล้านดอลลาร์
ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ยังมีความเปราะบาง จากความคาดหวังด้านนโยบายอัตราดอกเบี้ยและแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้นักลงทุนเลือกกระจายพอร์ตและมองหาโอกาสเฉพาะจุดมากขึ้น แทนการถือครองสินทรัพย์หลักเพียงอย่างเดียว การที่เงินทุนไหลเข้าสู่บาง ecosystem ในระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ ขณะที่บางเครือข่ายถูกลดน้ำหนักการลงทุนลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงสะท้อนพฤติกรรมของการหมุนเวียนเงินทุนแบบเลือกสรรได้อย่างชัดเจน

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)
ตลาดคริปโตในช่วงวันที่ 30 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2026 เคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากสภาพคล่องโลกอย่างชัดเจน โดยดัชนี Fear & Greed อยู่ในระดับ “Extreme Fear” ที่ประมาณ 18 สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน ขณะที่ราคา Bitcoin แกว่งตัวในกรอบราว 66,000 ถึง 68,000 ดอลลาร์ และมีจังหวะอ่อนตัวลงในบางช่วง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเวลาเดียวกัน ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากฝั่งญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดประเมินความน่าจะเป็นไว้สูงถึงประมาณ 70% ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินโลกตึงตัวมากขึ้น
ในภาพรวม ความกังวลของตลาดไม่ได้เกิดจากการปรับตัวลงของราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยมหภาคที่กดดันความเชื่อมั่น โดยเฉพาะแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งในอดีตมักส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกลดน้ำหนักลง ประกอบกับแรงกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนหน้า ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวนสูง ส่งผลให้นักลงทุนเลือกถือเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น และชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ว่าราคาจะยังไม่ได้ปรับตัวลงอย่างรุนแรง แต่ sentiment โดยรวมยังคงอยู่ในโหมดป้องกันความเสี่ยงอย่างชัดเจน

ตลาด Bitcoin ETF ในช่วงวันที่ 30 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2026 แสดงภาพ “แกว่งแรงตามข่าว” มากกว่าการไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงต้นสัปดาห์ยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาบางวัน เช่น 31 มีนาคม ที่มีเงินไหลเข้าใกล้ 120 ล้านดอลลาร์ แต่เพียงวันถัดมา 1 เมษายน กลับเกิดแรงไหลออกประมาณ 170 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงขายจากฝั่งสถาบันในช่วงเปิดไตรมาสใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมตลาดที่เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bitcoin ปรับตัวลงมาใกล้ระดับ 66,000 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน
แม้ภาพในระยะสั้นจะยังคงผันผวน แต่ในเชิงโครงสร้างยังคงเห็นสัญญาณของการสะสมจากนักลงทุนสถาบัน โดยข้อมูลรวมตลอดเดือนมีนาคมยังมีเงินไหลเข้าสุทธิใน ETF มากกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายเดือน อย่างไรก็ตาม การที่ต้นเดือนเมษายนเริ่มต้นด้วยแรงขายในระดับมากกว่า 170 ล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าตลาดยังขาดความมั่นใจในทิศทางระยะสั้น และยังอยู่ในช่วงของการสลับระหว่างการสะสมและการลดความเสี่ยง ส่งผลให้โครงสร้างตลาดยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ sideway ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยมหภาค มากกว่าจะเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน

ตลาด Ethereum ETF ในช่วงวันที่ 30 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2026 อยู่ในภาวะ “ลังเลอย่างชัดเจน” มากกว่าจะเป็นการสะสมต่อเนื่อง โดยแม้จะมีบางวันที่เป็นบวก เช่น วันที่ 31 มีนาคม ซึ่งมีเงินไหลเข้าเพียงประมาณ 31 ล้านดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังคงถูกกดดันด้วยแรงขายเป็นระยะ โดยเฉพาะวันที่ 1 เมษายน ที่มีเงินไหลออกประมาณ 7 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 2 เมษายน ที่ไหลออกเพิ่มขึ้นเป็นราว 71 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังขาดความมั่นใจในทิศทางของ Ethereum เมื่อเทียบกับ Bitcoin ซึ่งมีภาพการไหลเข้าที่เสถียรกว่า
ปัจจัยหลักยังคงมาจากสภาพแวดล้อมมหภาคและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ Ethereum ซึ่งมีลักษณะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ถูกลดน้ำหนักในพอร์ตมากกว่า Bitcoin แม้จะมีจังหวะฟื้นตัว เช่น การกลับขึ้นเหนือระดับ 2,100 ดอลลาร์ หลังมีเงินไหลเข้า ETF ราว 31 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่โดยรวมราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบประมาณ 2,030 ถึง 2,060 ดอลลาร์ พร้อมกับ sentiment ที่ยังคงระมัดระวัง สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงรอปัจจัยใหม่ มากกว่าจะเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นของ altcoin อย่างชัดเจน
ข่าวสารสำคัญ:
แรงงานสหรัฐแกร่ง 178,000 ตำแหน่ง กดตลาดเสี่ยง แต่ Bitcoin ยังยืน $67K ได้
เงินไหลเข้า Bitcoin ETF สูงสุดรอบกว่า 1 เดือน ฟื้นความเชื่อมั่นสถาบันอีกครั้ง
กระแส AI ดัน Bittensor พุ่ง นักลงทุนแห่เก็งกำไรโทเคนสายเทคโนโลยี
ที่มา:
https://www.bbc.com/news/articles/cwyvp55xrlro
https://coinmarketcap.com/etf/
https://coingape.com/arthur-hayes-recommends-buying-hyperliquid-hype-as-he-sells-these-2-crypto/
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้
Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขอบคุณที่ติดตามครับ
J.P Daniel
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ
ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต


