วางแผนการลงทุนสำหรับมือใหม่

เริ่มจากการลงทุนเล็ก ๆ ผ่านการ DCA ในเหรียญหลัก (BTC, ETH) กระจายความเสี่ยงด้วย Stablecoin และ Altcoin เล็กน้อย ใช้แพลตฟอร์มที่ปลอดภัย และเรียนรู้ตลาดไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างวินัยและมุมมองระยะยาว

สารบัญเนื้อหา

วางแผนการลงทุนสำหรับมือใหม่

กำหนดสัดส่วนในพอร์ต

  1. ไม่ควรใส่คริปโตทั้งหมดในเงินลงทุน ควรจำกัดที่ 5–20% ของพอร์ตลงทุนรวม
  2. ที่เหลือควรกระจายไว้ในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสด หุ้น กองทุน

เลือกเหรียญที่มีพื้นฐานแข็งแรง

มือใหม่ควรเริ่มจาก Top coins ที่มีสภาพคล่องสูงและเป็นที่ยอมรับ

  1. Bitcoin (BTC) → Store of value, ความเสี่ยงต่ำที่สุดในคริปโต
  2. Ethereum (ETH) → Smart contract, Defi/NFT ecosystem
  3. Stablecoin (USDT, USDC) → ใช้พักเงิน ลดความผันผวน
  4. ถ้าอยากเพิ่ม อาจเลือก เหรียญ Layer 1 / Layer 2 ที่มีการใช้งานจริง (เช่น BNB, Solana, Polygon)

วิธีการลงทุน

  1. DCA (Dollar-Cost Averaging): ลงทุนทุกเดือนจำนวนเท่ากัน เช่น 3,000–5,000 บาท → ลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาด
  2. HODL ระยะยาว: เก็บเหรียญพื้นฐาน (BTC, ETH) 1–3 ปีขึ้นไป
  3. Stablecoin Strategy: เก็บบางส่วนใน Stablecoin รอจังหวะตลาดลงค่อยเข้าซื้อ

การจัดสรรพอร์ต (ตัวอย่างสำหรับมือใหม่)

สมมุติลงทุนเดือนละ 10,000 บาท →

  1. BTC: 50% (5,000 บาท)
  2. ETH: 30% (3,000 บาท)
  3. Stablecoin: 10% (1,000 บาท)
  4. Altcoin อื่น ๆ: 10% (1,000 บาท)

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

  1. ใช้ Exchange ที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. ไทย (เช่น Maxbit, Bitkub, Zipmex)
  2. เก็บเหรียญใน Hardware Wallet ถ้าเป็นจำนวนเยอะ
  3. ตั้ง 2FA, PIN, Password Manager ป้องกันความเสี่ยง

การติดตามและปรับพอร์ต

  1. ตรวจสอบพอร์ตอย่างน้อย 3–6 เดือนต่อครั้ง
  2. ช่วงตลาดขาขึ้น → อาจทยอยขายบางส่วนเปลี่ยนเป็น Stablecoin
  3. ช่วงตลาดขาลง → ใช้ Stablecoin ซื้อสะสม

ดาวน์โหลดแอพลิเคชัน Maxbit ได้ที่

appstoregoogleplay

ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต

ลงทะเบียน
starstar