ไร้ศูนย์กลาง (Decentralized): ไม่มีธนาคาร ไม่มีรัฐบาลควบคุม
ไม่มีธนาคารกลางหรือรัฐบาลควบคุม
- เงินดั้งเดิม (Fiat) อย่างบาท ดอลลาร์ ยูโร ถูกควบคุมโดยรัฐบาลและธนาคารกลาง → พิมพ์เพิ่มได้, กำหนดอัตราดอกเบี้ย, ควบคุมปริมาณเงินในระบบ
- บิตคอยน์ ไม่มีองค์กรกลางที่ออกหรือควบคุม ทุกธุรกรรมดำเนินการบนเครือข่ายบล็อกเชนที่ผู้ใช้งานทั่วโลกช่วยกันตรวจสอบ
- หมายความว่าไม่มีใครสามารถ “สั่งหยุด / แบน / พิมพ์เพิ่ม” ได้ตามใจ
จำนวนจำกัด: มีเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น
ป้องกันเงินเฟ้อ (Anti-Inflation)
เงินสกุลทั่วไป (บาท ดอลลาร์ ยูโร ฯลฯ) รัฐบาลและธนาคารกลางสามารถพิมพ์เพิ่มได้ไม่จำกัดเมื่อพิมพ์มากเกินไป มูลค่าของเงินจะลดลง → เกิดเงินเฟ้อบิตคอยน์ถูกเขียนโค้ดไว้ชัดเจนว่าจะมีได้เพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มได้อีก
โปร่งใสและตรวจสอบได้: ทุกธุรกรรมอยู่บน Blockchain
จำนวนสูงสุด 21 ล้านเหรียญ ถูกเขียนไว้ในโปรโตคอล (โค้ดของบิตคอยน์)ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีใครแก้ไขได้ทำให้ผู้ถือมั่นใจได้ว่า จะไม่มี “การเพิ่มปริมาณโดยพลการ”
ส่งเงินได้ทั่วโลก: รวดเร็ว ปลอดภัย และต้นทุนต่ำ
รวดเร็ว (Fast)
โอนข้ามประเทศได้ภายในไม่กี่นาที ไม่ต้องรอ 1–3 วันเหมือนระบบธนาคารหรือ SWIFTทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดปลอดภัย (Secure)
ใช้เทคโนโลยี Blockchain ที่เข้ารหัสขั้นสูง → ปลอมแปลงยากทุกธุรกรรมถูกตรวจสอบโดยโหนดทั่วโลก ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะโกงหรือย้อนกลับธุรกรรมต้นทุนต่ำ (Low Cost)
- ค่าธรรมเนียมการโอนต่ำกว่าระบบธนาคารระหว่างประเทศ (เช่น Western Union หรือ SWIFT)
- โดยเฉพาะเมื่อโอนจำนวนมาก ค่าธรรมเนียมบิตคอยน์มักจะถูกกว่ามาก