ประกาศและข่าวสารเหรียญต่าง ๆ

Weekly Research Recap 06 - 13 July 2026

ประจำสัปดาห์ 29 มิถุนายน 06 - 13 กรกฎาคม 2026

สารบัญเนื้อหา

Weekly Recap Research  

คริปโตถูกแฮ็กสูงสุด 207 ครั้ง แต่ความเสียหายครึ่งปีแรกลดเหลือ 972 ล้านดอลลาร์

[https://www.theblock.co/post/407707/crypto-hack-losses-fall-below-1-billion-in-h1-2026-even-as-attack-volume-hits-record-immunefi]

อุตสาหกรรมคริปโตเผชิญเหตุการณ์แฮ็กถึง 207 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ อย่างไรก็ตาม มูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่ประมาณ 972 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความเสียหายในช่วงเดียวกันของปี 2025 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ความถี่ของการโจมตีจะเพิ่มขึ้น แต่ความเสียหายเฉลี่ยต่อเหตุการณ์กลับลดลง โดยเฉพาะในภาค DeFi ที่มูลค่าความเสียหายจากช่องโหว่ลดลงถึง 74 เปอร์เซ็นต์ จากระดับสูงสุด 2.62 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 เหลือ 680.3 ล้านดอลลาร์

ความเสี่ยงของตลาดกำลังเปลี่ยนจากช่องโหว่ใน Smart Contract ไปสู่ปัญหาในระดับโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลของ Private Key การตั้งค่าระบบ Cross-chain ที่ผิดพลาด หรือการจัดการสิทธิ์เข้าถึงระบบที่มีอำนาจสูง ขณะเดียวกัน Immunefi ได้จ่ายเงินรางวัลรวมประมาณ 13.45 ล้านดอลลาร์ให้แก่นักวิจัยที่ค้นพบช่องโหว่ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วกว่า 837 รายการ ก่อนที่ช่องโหว่เหล่านั้นจะถูกนำไปใช้โจมตี ปัจจุบันแพลตฟอร์มมีนักวิจัยมากกว่า 92,000 คน ช่วยดูแลสินทรัพย์มูลค่ากว่า 180 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมมากกว่า 650 โปรโตคอล ภาพรวมจึงสะท้อนว่าอุตสาหกรรมสามารถรับมือกับการโจมตีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำสถิติสูงสุดก็ตาม และยังตอกย้ำว่าความปลอดภัยคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกโครงการไม่อาจมองข้ามได้

Bitcoin ติดกรอบ 60,000 ถึง 70,000 ดอลลาร์นาน 307 วัน สะสมแรงก่อนเลือกทิศทางครั้งใหญ่

[https://www.coindesk.com/markets/2026/07/10/bitcoin-s-usd60k-to-usd70k-range-becomes-third-longest-consolidation-in-history]

Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 60,000 ถึง 70,000 ดอลลาร์ต่อเนื่องยาวนานถึง 307 วัน กลายเป็นช่วงการซื้อขายในกรอบราคา 10,000 ดอลลาร์ที่ยาวนานเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ รองจากช่วงกรอบ 10,000 ถึง 20,000 ดอลลาร์ และ 20,000 ถึง 30,000 ดอลลาร์ แม้ราคาปัจจุบันจะอยู่ใกล้ระดับ 64,000 ดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้ในเดือนตุลาคมประมาณ 50% สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงสะสมกำลังและรอปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทางในระยะถัดไป

ข้อมูล On-chain ระบุว่า Bitcoin ประมาณ 6% ของอุปทานหมุนเวียนมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 58,000 ถึง 64,000 ดอลลาร์ ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นแนวรับสำคัญ เนื่องจากผู้ถือจำนวนมากมีแรงจูงใจในการป้องกันต้นทุนของตนเอง ขณะเดียวกัน ราคายังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ที่ประมาณ 62,873 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนใช้ติดตามแนวโน้มระยะยาว หาก Bitcoin สามารถรักษาพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้ โอกาสกลับขึ้นไปทดสอบระดับ 70,000 ดอลลาร์ยังคงเปิดอยู่ แต่หากหลุดต่ำกว่า 58,000 ดอลลาร์ แรงขายจากผู้ถือที่เริ่มเข้าสู่ภาวะขาดทุนอาจเพิ่มแรงกดดันและเร่งให้ตลาดเข้าสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้นได้

Top Net flows

[https://app.artemisanalytics.com/flows]

ข้อมูลกระแสเงินสุทธิในรอบ 7 วัน ระหว่างวันที่ 6–12 กรกฎาคม 2026 ชี้ว่า Hyperliquid มีเงินไหลเข้าสูงสุดในตลาดที่ประมาณ 470 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Polygon PoS ราว 70 ล้านดอลลาร์, Ethereum ประมาณ 35 ล้านดอลลาร์ และ OP Mainnet ใกล้ 20 ล้านดอลลาร์ กระแสเงินดังกล่าวสอดคล้องกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของตลาดอนุพันธ์แบบ Onchain และการขยายตัวของสินทรัพย์นอกตลาดคริปโตบน Hyperliquid ขณะเดียวกัน Hyperliquid Policy Center และ Phantom ได้ยื่นข้อเสนอต่อ CFTC เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม โดยไม่เห็นด้วยกับการนำกฎระเบียบสำหรับโบรกเกอร์แบบดั้งเดิมมาใช้กับโปรโตคอล Onchain โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของแพลตฟอร์มกำลังผลักดันให้ประเด็นด้านการกำกับดูแลมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง Arbitrum มีเงินไหลออกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดในกลุ่มเครือข่าย รองลงมาคือ Base ราว 50 ล้านดอลลาร์ และ BNB Chain ประมาณ 35 ล้านดอลลาร์ แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะฟื้นตัวในวันที่ 10 กรกฎาคม โดย Bitcoin ปรับขึ้นเข้าใกล้ 64,000 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้น 4.2 เปอร์เซ็นต์ในรอบ 7 วัน ขณะที่ Ether ขยับขึ้นแตะระดับประมาณ 1,790 ดอลลาร์ แต่กระแสเงินทุนยังไม่ได้กระจายกลับเข้าสู่ทุกเครือข่ายอย่างทั่วถึง ภาพรวมจึงสะท้อนว่านักลงทุนกำลังคัดเลือกแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างปริมาณการซื้อขายและรายได้ได้อย่างชัดเจน มากกว่าการกระจายเงินลงทุนตามการฟื้นตัวของตลาดโดยรวม

Fear & Greed Index

[https://www.coinglass.com/pro/i/FearGreedIndex]

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ประเมินมุมมองและอารมณ์ของตลาดคริปโต โดยอ้างอิงคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 (0 หมายถึง ความกลัวสุดขีด หรือ Extreme Fear และ 100 หมายถึง ความโลภสุดขีด หรือ Extreme Greed)

ดัชนี Crypto Fear and Greed เริ่มต้นสัปดาห์วันที่ 6 กรกฎาคม 2026 ที่ประมาณ 23 จุด ก่อนปรับขึ้นสู่ 26 จุดในวันที่ 7 กรกฎาคม หลัง Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นมาซื้อขายบริเวณ 62,800 ดอลลาร์ จากระดับต่ำกว่า 58,000 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือน อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นอ่อนตัวลงอีกครั้งเหลือราว 19 จุดในวันที่ 8 กรกฎาคม ท่ามกลางแรงกดดันจากการที่ Strategy ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าผู้ถือรายใหญ่อาจจำเป็นต้องทยอยขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง แม้ว่าบริษัทยังคงถือครอง Bitcoin รวม 843,775 BTC ก็ตาม

บรรยากาศการลงทุนเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์ โดย Bitcoin ปรับขึ้นจากบริเวณประมาณ 61,850 ดอลลาร์ ไปใกล้ระดับ 64,000 ดอลลาร์ในวันที่ 10 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นราว 3.5 เปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียว และให้ผลตอบแทนในรอบ 7 วันที่ประมาณ 4.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นกลับขึ้นมาอยู่ใกล้ 25 จุดในวันที่ 11–12 กรกฎาคม แรงฟื้นตัวได้รับแรงสนับสนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ การแข็งค่าของเงินเยน และการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงเคลื่อนไหวอยู่ในโซน Fear สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มคลายความกังวลลง แต่ยังไม่กลับมาเปิดรับความเสี่ยงอย่างเต็มที่ จนกว่าราคา Bitcoin จะสามารถยืนเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง

Bitcoin ETF Flow

[https://farside.co.uk/btc]

กองทุน Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 197.4 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 6–10 กรกฎาคม 2026 โดยเปิดสัปดาห์ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 265.7 ล้านดอลลาร์ ก่อนตามด้วยอีก 21.5 ล้านดอลลาร์ จากนั้นทิศทางพลิกเป็นเงินไหลออก 84.9 ล้านดอลลาร์ และ 95.3 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 8 และ 9 กรกฎาคม ตามลำดับ ด้าน IBIT ของ BlackRock มียอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสม 291.9 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ GBTC ของ Grayscale และ FBTC ของ Fidelity มีเงินไหลออกสุทธิ 108.2 ล้านดอลลาร์ และ 93.4 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่ได้กลับเข้าสู่ตลาดพร้อมกันทั้งหมด แต่มีลักษณะของการโยกย้ายเงินทุนระหว่างกองทุนมากกว่าการเข้าซื้อทั้งตลาดในวงกว้าง

แรงซื้อในช่วงต้นสัปดาห์เกิดขึ้นแม้ Strategy จะประกาศขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC มูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ส่งผลให้ราคาปรับตัวลงชั่วคราวสู่บริเวณ 61,900 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 63,000 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง ขณะที่ในวันที่ 10 กรกฎาคม Bitcoin ปรับขึ้นเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์ และให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์ราว 4.2 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับกระแสเงิน ETF ที่กลับมาไหลเข้าสุทธิ 90.4 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมจึงสะท้อนว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมา แม้การไหลออกในช่วงกลางสัปดาห์จะยังชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของตลาดยังเปราะบาง และทิศทางการฟื้นตัวยังคงต้องอาศัยกระแสเงินไหลเข้าที่ต่อเนื่องเพื่อยืนยันแนวโน้มในระยะถัดไป

Ethereum ETF Flow

[https://farside.co.uk/eth/]

กองทุน Spot Ethereum ETF สหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 84.3 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 6–10 กรกฎาคม 2026 นับเป็นสัปดาห์แรกที่กระแสเงินทุนกลับมาเป็นบวกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม หลังเผชิญเงินไหลออกต่อเนื่องยาวนาน 8 สัปดาห์ รวมประมาณ 1.20 พันล้านดอลลาร์ โดยตลอดสัปดาห์มีเงินไหลเข้า 4 จาก 5 วันทำการ ขณะที่วันที่ 8 กรกฎาคมโดดเด่นที่สุด ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิราว 70.5 ล้านดอลลาร์ นำโดย FETH ของ Fidelity ที่ 69.2 ล้านดอลลาร์ ส่วน ETHA ของ BlackRock มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสมประมาณ 53.7 ล้านดอลลาร์ตลอดทั้งสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม วันที่ 9 กรกฎาคมยังคงมีเงินไหลออกสุทธิ 52.2 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่กระแสเงินจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้งในวันที่ 10 กรกฎาคม ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 18.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันเริ่มฟื้นตัว แต่ยังคงเคลื่อนไหวตามภาวะตลาดในระยะสั้น ช่วงเวลาเดียวกัน Ether ฟื้นตัวจากบริเวณ 1,770 ดอลลาร์ขึ้นมาใกล้ระดับ 1,810 ดอลลาร์ แม้เม็ดเงินที่ไหลเข้ารอบนี้จะชดเชยเงินทุนที่ไหลออกตลอด 8 สัปดาห์ก่อนหน้าได้เพียงประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ แต่ภาพรวมสะท้อนว่าแรงขายเริ่มชะลอลง และตลาดกำลังส่งสัญญาณการฟื้นตัวของกระแสเงินทุน แม้ยังต้องติดตามการไหลเข้าที่ต่อเนื่องในระยะถัดไปเพื่อยืนยันการกลับมาของแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันอย่างชัดเจน

ข่าวสารสำคัญ:  

Circle ได้ไฟเขียวจาก OCC เปิดธนาคารทรัสต์แห่งชาติ ลุยบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ

ศึกสหรัฐฯ อิหร่านปะทุซ้ำ ฉุด Bitcoin และ Ether ร่วงกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ล้างสถานะคริปโต 450 ล้านดอลลาร์

SEC เตรียมเสนอ Regulation Crypto เดือนกรกฎาคม เปิดทางสตาร์ทอัพระดมทุนพร้อม Safe Harbor สำหรับผู้ออกโทเคน

ที่มา:

https://www.theblock.co/post/407780/hyperliquid-policy-center-phantom-urge-cftc-to-stop-treating-onchain-protocols-like-traditional-brokers-and-exchanges

https://www.coindesk.com/markets/2026/07/06/crypto-bounces-back-from-the-brink-as-altcoin-optimism-returns-despite-pockets-of-weakness

หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นในทุกวันจันทร์ ดังนั้นบทความบางส่วนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้  

Note: This analysis is conducted every Monday, so some parts of the article may contain inaccurate information

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ

J.P Daniel

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Maxbit ได้ที่

appstoregoogleplay

ลงทะเบียนอย่างปลอดภัยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต

ลงทะเบียน
starstar